วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

พืชชนิดใหม่ของโลกได้รับพระราชทานชื่อ 3 ชนิด

ไม้ดอกไม้ประดับ ที่เห็นกันอยู่ในท้องตลาดจำนวนไม่น้อยได้รับการพัฒนามาจาก พรรณไม้ในวงศ์เทียน (Balsaminaceae) และ วงศ์ชาฤาษี (Gesneriaceae) เป็นหลัก เช่น แอฟริกันไวโอเล็ต โคมญี่ปุ่นและ อิมเพชั่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพรรณไม้ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีการสำรวจและศึกษาเพื่อพัฒนาต่อยอดเป็นไม้ประดับเชิงการค้า ดังนั้น นักวิชาการ สำนักคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร จึงได้ทำงานวิจัยเรื่อง การศึกษาพรรณไม้วงศ์เทียนและวงศ์ชาฤาษี ขึ้นมา โดยใช้ระยะเวลาดำเนินการถึง 5 ปีเต็ม จนกระทั่งประสบความสำเร็จในการค้นพบพืชชนิดใหม่ของโลกที่อยู่ในวงศ์ของ 2 พรรณไม้นี้ รวมกว่า 50 ชนิด นับเป็นการค้นพบพืชชนิดใหม่จำนวนมากที่สุดของโลก ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตรจึงพิจารณาให้ผลงานดังกล่าวได้รับ รางวัลผลงานวิจัยดีเด่นขั้นพื้นฐาน เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อนักวิจัยนำไปต่อยอดด้านต่าง ๆ ต่อไป

ดร.ปราโมทย์ ไตรบุญ หัวหน้าคณะวิจัยเรื่องการศึกษาพรรณไม้วงศ์เทียนและวงศ์ชาฤาษี กล่าวว่า พรรณไม้ใน 2 วงศ์นี้ มีอยู่ตามธรรมชาติของประเทศไทยโดยเฉพาะบริเวณเทือกเขาหินปูน ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีใครได้ศึกษาอย่างจริงจัง ประกอบกับข้อมูลอ้างอิงในพิพิธภัณฑ์พืช กรมวิชาการเกษตรที่มีอยู่นั้นเป็นข้อมูลที่ถูกรวบรวมมาเป็นระยะเวลานานและมีตัวอย่างไม่มากนัก จึงไม่ครอบคลุมความหลากหลายชนิดของพืช 2 วงศ์นี้ที่มีอยู่ในประเทศไทย ดังนั้น คณะวิจัยจึงได้ตัดสินใจศึกษาเรื่องนี้เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลพื้นฐานของพรรณไม้ 2 วงศ์ที่อยู่ในประเทศไทยว่ามีจำนวนเท่าไร สามารถจำแนกได้กี่ชนิด มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องอย่างไร และเก็บตัวอย่างพืชสำหรับใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงไว้ในพิพิธภัณฑ์พืชต่อไป

จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างพืชเป็นเวลา 5 ปี ผลปรากฏว่าในประเทศไทยมีพืช 2 วงศ์นี้รวมถึง 198 ชนิด แบ่งเป็นพืชในวงศ์เทียน 60 ชนิด และวงศ์ชาฤาษี 138 ชนิด จากนั้นได้นำตัวอย่างมาตรวจสอบข้อมูลทางอนุกรมวิธานและเปรียบเทียบกับตัวอย่างที่มีอยู่ในพิพิธภัณฑ์พืชของไทย ตลอดจนมีการนำตัวอย่างไปประเทศอังกฤษเพื่อเปรียบเทียบกับตัวอย่างพืช 2 วงศ์นี้จากทั่วโลก ผลสรุปว่าในจำนวน 198 ชนิดที่พบนี้ เป็นพืชชนิดใหม่ของโลกถึง 52 ชนิด เนื่องจากไม่เคยมีใครค้นพบและตั้งชื่อทางวิทยาศาสตร์มาก่อน นับว่าเป็นการค้นพบพืชชนิดใหม่ที่มีจำนวนมากที่สุดของโลกทั้งนี้ คณะวิจัยได้ขอพระบรมราชานุญาตใช้ชื่อวิทยาศาสตร์พืชชนิดใหม่วงศ์ชาฤาษีจำนวน 2 ชนิด เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระศรีนครินทรา
บรมราชชนนี โดยมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Trisepalum bhumibolianus ซึ่งมีพระบรมราชานุญาต พร้อมโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อสามัญว่า “ภูมิพลินทร์” และ Trisepalum sangwaniae พระราชทานชื่อสามัญว่า “นครินทรา” นอกจากนี้ ยังได้ขอพระราชานุญาตใช้ชื่อวิทยาศาสตร์พืชชนิดใหม่วงศ์เทียน 1 ชนิด เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่า I. sirindhorniae และได้พระราชทานชื่อทั่วไปว่า “ชมพูสิริน”

ขณะนี้ได้มีการตีพิมพ์เผยแพร่เป็นพืชชนิดใหม่ของโลกในเอกสารทางวิชาการ เพื่อให้นานาชาติได้รับทราบถึงข้อมูลที่ประเทศไทยค้นพบ พร้อมกันนี้ได้จัดเก็บตัวอย่างพืชที่ค้นพบใหม่ไว้ในพิพิธภัณฑ์พืชกรุงเทพ เพื่อให้นักอนุกรมวิธานพืชทั่วโลกได้ใช้ในการอ้างอิงต่อไป ซึ่งนับเป็นเกียรติประวัติของคณะวิจัย กรมวิชาการเกษตร และประเทศไทย.



www.dailynews.co.th

วันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

การแข่งขันยกน้ำหนักเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งโลก ที่ประเทศกัวเตมาลา โดยเมื่อวันที่ 11 พ.ค....

การแข่งขันยกน้ำหนักเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งโลก ที่ประเทศกัวเตมาลา โดยเมื่อวันที่ 11 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น (ช้ากว่าประเทศไทย 13 ชั่วโมง) หรือตรงกับช่วงเช้ามืดวันที่ 12 พ.ค. ของประเทศไทย เป็นการชิงชัยวันแรก โดยสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ส่ง 2 จอมพลังดาวรุ่งชิงชัย ในรุ่น 48 กก. หญิง ได้แก่ "น้องมายด์" สิริวิมล ประมงคล เจ้าของเหรียญเงินยูธโอลิมปิกเกมส์ 2010 และ "น้องมุก" วิภาดา ศิริมงคล

ท่าสแนตช์ สิริวิมล ยกผ่านครั้งแรกผ่านที่ 77 กก. จากนั้นในครั้งที่ 2 เรียก 79 กก. แต่ยกไม่ผ่าน และแม้จะออกมาแก้ตัวในครั้งที่ 3 ก็ยังไม่สำเร็จ จบสถิติที่ 77 กก. คว้าเหรียญเงินไปครอง ส่วน วิภาดา ครั้งแรกยกไม่ผ่าน 76 กก. ในครั้งที่ 2 ออกมายกผ่านที่น้ำหนักเดิม ครั้งที่ 3 เพิ่น้ำหนักเป็น 80 กก. เพื่อหวังทำอันดับให้ดีขึ้น แต่ยกไม่ผ่าน ทำให้สถิติอยู่ที่ 76 กก. คว้าเหรียญทองแดงไปครอง ส่วนเหรียญทองเป็นของ ลินเหมย ฟาง จากจีน สถิติ 81 กก.

ท่าคลีนด์แอนเจิร์ก สิริวิมล เรียกเหล็กสูงตั้งแต่ครั้งแรก 102 กก. ซึ่งผ่านไปได้สบาย ครั้งที่ 2 ยกผ่านที่ 106 กก. และครั้งที่ 3 เรียก 110 กก. แม้จะยกไม่ผ่าน แต่ก็เพียงพอจะคว้าเหรียญทองไปครอง ส่วนเหรียญเงินเป็นของ ลินเหมย ฟาง (จีน) 105 กก. และเหรียญทองแดง วิภาดา 101 กก.

น้ำหนักรวม เหรียญทองเป็นของ ลินเหมย ฟาง จากจีน สถิติ 186 กก., เหรียญเงิน "น้องมายด์" สิริวิมล สถิติ 182 กก. และเหรียญทองแดง "น้องมุก" วิภาดา สถิติ 177 กก.

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันในวันที่ 12 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือเช้ามืดวันที่ 13 พ.ค. ตามเวลาประเทศไทย นักยกน้ำหนักเยาวชนหญิงทีมชาติไทยจะลงแข่งขัน 2 คน ได้แก่ โสภิตา ธนสาร จากกรุงเทพมหานคร และกิตติมา สุธานันท์ จอมพลังจากนครศรีธรรมราช



www.banmuang.co.th

รายการที่นำเสนอความหลากหลายทางชาติพันธุ์ "พันแสงรุ้ง" ในช่วงนี้อยู่ระหว่างการแพร่ภาพสารคดีชุด...

รายการที่นำเสนอความหลากหลายทางชาติพันธุ์ "พันแสงรุ้ง" ในช่วงนี้อยู่ระหว่างการแพร่ภาพสารคดีชุด "ภูฏานดินแดนมังกรหิมาลัย" ซึ่งเป็นความร่วมมือข้ามพรมแดนระหว่างสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสกับโทรทัศน์ภูฏาน ทีมงานที่ร่วมกันครั้งนี้จึงมีทั้งทีมงานป่าใหญ่ ร่วมกับฝ่ายต่างประเทศไทยพีบีเอสและเจ้าหน้า ที่ทางสถานีโทรทัศน์ภูฏาน แต่ละคนต่างก็มีประสบ การณ์อันหลากหลายพัทธมน รุ่งชวาลนนท์ เดินทางร่วมทีมในนามฝ่ายต่างประเทศไทยพีบีเอส กล่าวว่า ภูฏานอาจเป็นประเทศในฝันของใครหลายๆ คน แต่ความประทับใจกลับเป็นการได้ร่วมงานกับทีมงานพัน แสงรุ้ง ซึ่งทุกคน "อิน" และทุ่มเทกับงานสุดๆ ซึ่งการทำงานในพื้นที่ต่างวัฒนธรรมในเวลาอันจำกัด การผิดแผนเป็นเรื่องธรรมดา ความราบรื่นไม่ต้องคิดถึง แต่ทุกคนเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์ ช่วยเหลือ ส่งต่อ รับช่วงกัน ทุกคนเก็บทุกเม็ด เป็นทีมที่จัดเต็มเพราะเต็มเปี่ยมด้วยความรักในงาน ความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้ มิตรภาพ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ประสบการณ์ครั้งนั้นจึงเป็นทั้งความทรงจำและแรงบันดาลใจให้วุ้นอยากสร้างสรรค์งานดีๆ ร่วมกันต่อไปกรรมา เดมา โปรดิวเซอร์รายการเด็กของโทรทัศน์ภูฏาน ส่งเสียงผ่านอินเตอร์เน็ตมาว่า การถ่ายทำรายการในภูฏานเป็นไปด้วยดีแม้ว่าจะมีอุปสรรคมากพอสมควร การทำงานกับทีมงานป่าใหญ่ทำให้ฉันมองได้เห็นภูฏานจากมุมมองของคนไทย นับเป็นประสบการณ์ที่ดีมากที่ได้ทำงานร่วมกับทีมงานมืออาชีพมากๆด้าน นิรมล เมธีสุวกุล เล่าว่า เป็นการทำงานที่สนุกมาก ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย และมีจังหวะชีวิตที่น่าตื่นเต้นเพราะได้ร่วมสังเกตการณ์วันราชาภิเษก ได้เดินทางลึกเข้าไปในวิถีเทือกหิมาลัย รับรู้ความเป็นไปและเรื่องราวต่างๆ ของคนภูฏานทั้งอดีตและปัจจุบัน แถมยังได้ลายเซ็นของพระราชาธิบดีจิกมี เคซัง นัมเกล วังชุก เป็นที่ระลึกแห่งการเดินทางอันมีค่าครั้งนี้ด้วยหลังจากมีคนทำสารคดีภูฏานมาเยอะแล้ว ในมุมมองแบบพันแสงรุ้งมีวิธีเลือกประเด็นอย่างไร นิรมลกล่าวว่า ก่อนจะไปภูฏานก็ศึกษาและรับฟังความคิดเห็นจากหลายฝ่าย แม้แต่กลุ่มเพื่อนๆ ในเฟซบุ๊ก เราก็ตั้งคำถามเล่นๆ เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในรายการว่า ใครอยากรับรู้ หรือรู้จักภูฏานในด้านใดบ้าง...ความคิดเห็นมาตรึม ปรึกษานักวิชาการ นักคิด พอสมควร แบกประเด็นข้ามประเทศไปหลังแอ่น"ที่สำคัญคือ เวลาที่เดินทางไปไม่ได้มาก มายนัก มีภารกิจหลายอย่าง ประกอบกับเป็นช่วงเวลาที่มีงานราชาภิเษกสมรสพระราชาธิบดี จึงต้องทำทั้งงานพิธีทางการและงานประเด็นเชิงลึกไปพร้อมกัน ฐานความคิดหลักคือ จะทำอย่างไรให้คนไทยรู้จักภูฏานในแง่มุมความเป็นมนุษย์ วิถีของคนที่อยู่บนเทือกหิมาลัยซึ่งสภาพธรรมชาติ ทรัพยากร ก่อให้เกิดวิถีชีวิตและวัฒนธรรม ความเชื่อ ที่แตกต่างออกไป หรือมีอะไรที่เหมือนเรา"สารคดีชุดนี้ที่ผ่านมาเผยแพร่เรื่องศาสนาวัชรยานที่เชื่อมโยงจากฐานความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ อำนาจเหนือธรรมชาติ ไปจนกระทั่งเรื่องสถาปัตยกรรม ระบำหน้ากาก และเกษตรอินทรีย์ ฯลฯ แม้จะเป็นประเด็นแตกต่าง แต่อยู่ภายใต้แกนหลักคือมนุษย์กับทรัพยากรธรรมชาติ และคลี่คลายเป็นวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิมเชื่อมโยงมาสู่ปัจจุบันรายการพันแสงรุ้งมีลักษณะพิเศษเสมอในทุกตอนคือ จะเชื่อมโยงรากเหง้าดั้งเดิมและไม่ลืมนำประเด็นต่างๆ เข้าสู่ความร่วมสมัย ปัญหาปัจจุบัน ให้ผู้ชมเชื่อมโยงความรู้หรือเรื่องเล่าของเรามาสู่สิ่งที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ในขณะนี้ เช่น เรื่องวิถีเกษตรของภูฏาน นำเสนอเรื่องวิถีเกษตรดั้งเดิมโบราณที่อาศัยน้ำฟ้าอ้อนวอนพลังเหนือธรรมชาติ ภูตผี จิตวิญญาณในดิน น้ำ ฟ้า ให้ช่วยดูแลพืชผล ดลบันดาลให้มนุษย์รอดพ้นจากหายนะ ได้เก็บเกี่ยวข้าวและผลผลิตต่างๆ ไปได้ด้วยดีสําหรับสองตอนสุดท้ายจะออกอากาศภายในเดือนพฤษภาคมนี้จะจบลงที่ชุด "ผ้าภูฏาน" เป็นเรื่องเกี่ยวกับผ้าในสังคมภูฏาน และอีกตอนหนึ่งเชื่อมโยงผ้าจากภูฏานมาสู่ดินแดนไทย เคยได้ยินว่าผ้าภูฏานมีหลากหลาย และบางชิ้นบางแบบคล้ายคลึงกับผ้าในประเทศไทย จึงตั้งใจจะไปชม และพบโดยไม่ต้องค้นหามากมาย แค่เดินเข้าไปในร้านขายผ้าก็เจอผ้าทอลวดลายบางอย่างที่ทำให้คิดถึงคนไทลื้อและคนกะเหรี่ยง มีความคล้ายคลึงกันมากจนน่าแปลกใจ"อัตลักษณ์ของกลุ่มผู้คนมีหลายอย่างนะ ภาษา วิถีเกษตร ความเชื่อ บ้าน อาหารการกิน ศาสนา ประวัติศาสตร์ของแต่ละกลุ่ม และที่สำคัญเห็นก่อนอื่นเลยคือเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเครื่องนุ่งห่ม โจทย์ที่เราสนใจก็คือเรื่องอัตลักษณ์ด้านนี้ด้วย แล้วพอไปเห็น อื้อฮือ โอ้โฮ ไม่ทำเรื่องนี้ได้ยังไง ทุ่มเทเวลาไปมากโขทีเดียว ผ้าเขาสวยมากค่ะ มีคุณค่า มีเอกลักษณ์ มีความประณีตงดงามและสำคัญมาก คนภูฏานมีผ้าอยู่ในทุกหนทุกแห่งโดยเฉพาะสะท้อนความเชื่ออย่างแรง ไม่ว่าจะเป็นผ้าที่ประดับในวัด ในบ้าน ในเนื้อตัวผู้คน แม้แต่ลามะหรือพระเณรยังต้องเรียนวิชาเกี่ยวกับการเย็บปักตัดผ้าเลย" นิรมลกล่าว

www.khaosod.co.th

'โต้ง'เห็นควรล้มประกวดราคารถไฟฟ้าสีแดง

"โต้ง" เห็นควรยกเลิกประกวดราคารถไฟฟ้าสายสีแดง เร่งเดินหน้าเปิดประมูลใหม่เบิกเงินกู้จากไจก้ากว่า 7 หมื่นล้านภายในปีนี้ มั่นใจไร้ปัญหา...

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้นำคณะผู้บริหารกระทรวงการคลังเข้าหารือกับ Mr.Akihiko Tanaka ประธานองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น หรือไจก้า ซึ่งกระทรวงการคลังยังคงยืนยันถึงความต้องการเงินกู้จำนวนกว่า 70,000 ล้านบาท จากไจก้า เพื่อนำมาดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ภายใต้การดำเนินงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยได้ลงนามในสัญญาเงินกู้มาตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. 2552 แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเบิกจ่ายเงินกู้ได้ เนื่องจากติดปัญหาขั้นตอนการรื้อย้ายสาธารณูปโภคตามแนวสายทาง โดยเฉพาะการรื้อย้ายแนวท่อน้ำมันของบริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด รวมถึงเรื่องคุณสมบัติของบริษัทที่เข้ามาประมูลโครงการ ซึ่งเบื้องต้นเห็นว่าควรมีการยกเลิกการประกวดราคาโครงการฯ ในสัญญาที่ 3 ซึ่งเป็นงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกลรวมตู้รถไฟฟ้ามูลค่า 26,272 ล้านบาท และเร่งเดินหน้าเปิดประมูลใหม่

นอกจากนี้ ยังเชื่อมั่นว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคในการเดินทางโครงการข้างต้นได้ในเร็วๆ นี้ และมั่นใจว่าจะสามารถเบิกจ่ายเงินกู้จากไจก้าได้ภายในปีนี้ นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือร่วมกับผู้บริหารธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่ง ญี่ปุ่น หรือเจบิก ซึ่งทั้งเจบิกและไจก้าแสดงความต้องการที่จะให้ความร่วมมือในด้านเงินกู้ สำหรับการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวกับโครงการพัฒนาความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือจีเอ็มเอส ซึ่งถือเป็นโครงการที่จะมีส่วนช่วยในการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งระหว่าง ประเทศไทยกับสมาชิกจีเอ็มเอสได้ในอนาคตอีกด้วย โดยได้รับข้อเสนอจากภาคธุรกิจเอกชนของญี่ปุ่น เจบิก และไจก้า ให้มีการจัดตั้งกองทุนรวมความร่วมมือระหว่างไทย-ญี่ปุ่นในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนและอำนายความสะดวกให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมของ ญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนและขยายธุรกิจในประเทศไทย มีทุนประเดิมจากทางญี่ปุ่น 3,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งจะนำไปให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการญี่ปุ่นที่ต้องการเข้ามาลงทุนในไทย โดยมีหน่วยงานราชการของรัฐบาลไทยเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดตั้งกองทุนด้วย

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) นำข้อเสนอดังกล่าวกลับไปพิจารณารายละเอียดต่อไป ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวถือเป็นการยืนยันให้เห็นว่า นักลงทุนญี่ปุ่นยังคงมีความเชื่อมั่นในการลงทุนในประเทศไทยเช่นเดิมอีกด้วย.

www.thairath.co.th

ธปท.-คลัง นัดจูนทุกไตรมาส ป้องทำงานสวนทาง

ธปท.-คลังเตรียมหารือร่วมกันทุกไตรมาส หวังใช้เป็นเวทีร่วมกันในการบรรลุการดำเนินนโยบายการเงินตามเป้าหมายที่ตั้งไว้...

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า ในการดำเนินนโยบายการเงิน ภายใต้กรอบเงินเฟ้อในปี 2555 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติเป้าหมายของการดำเนินนโยบายการเงิน เพื่อดำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพด้านราคา ในปี 2555 โดยใช้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยรายไตรมาสที่ 0.5-3% ต่อปี โดยผ่าน ครม.ในวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา และขณะนี้อยู่ระหว่างการรอลงราชกิจจานุเบกษา

โดย รมว.คลัง และผู้ว่าการ ธปท.ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีข้อตกลงร่วมกันคือ กระทรวงการคลัง และ ธปท.จะจัดให้มีการหารือร่วมกันเป็นประจำทุกไตรมาส หรือเมื่อมีเหตุจำเป็นอื่นใด เพื่อให้มีเวทีร่วมกันในการบรรลุการดำเนินนโยบายการเงินตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และในกรณีที่มีเหตุจำเป็น และสมควร รมว.คลัง และ กนง.สามารถตกลงร่วมกัน เพื่อแก้ไขเป้าหมายของนโยบายการเงินที่ตั้งไว้ได้ และเสนอให้ ครม.อนุมัติ

อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการแก้ไขเป้าหมายเงินเฟ้อในปีนั้นๆ แต่มีการเคลื่อนไหวของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ออกจากเป้าหมาย 0.5-3% ที่ได้ตั้งไว้ กนง.จะต้องชี้แจงสาเหตุ แนวทางแก้ไข และระยะเวลาที่คาดว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะกลับเข้าสู่ช่วงที่กำหนดไว้ต่อ รมว.คลัง โดยเร็ว เป็นลายลักษณ์อักษร รวมทั้งให้รายงานความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาเป็นระยะๆ ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในการรายงานแนวโน้มเงินเฟ้อของ ธปท.ล่าสุด ในการประมาณการเงินเฟ้อพื้นฐานของ ธปท.ซึ่งประมาณการเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยทั้งปีไว้ที่ 2.5% นั้น หากพิจารณาเป็นรายไตรมาส พบว่ากรณีเลวร้ายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ เงินเฟ้อพื้นฐานมีโอกาสสูงที่จะขยับขึ้นไปอยู่ในระดับ 3 -4.5% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อที่ตั้งไว้ได้



www.thairath.co.th

นายกฯมั่นใจไทยเปิดตลาดอาหารฮาลาลในตะวันออกกลางได้เพิ่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ค. เวลา 12.50 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ และ ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม พร้อมด้วยคณะนักธุรกิจ ได้เดินทางออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ โดยเครื่องบินของสายการบินไทย เที่ยวบินพิเศษ ทีจี 8800 ไปยังกรุงนามา ราชอาณาจักรบาห์เรน ทั้งนี้ คณะของนายกรัฐมนตรีจะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงนามา ในเวลา 16.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นที่ช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง โดยมีเชค คอลิฟะห์ บิน ซัลมาน อัล คอลิฟะห์ นายกรัฐมนตรีบาห์เรน จัดพิธีต้อนรับ จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปพระราชวังอัล โรว์ดาห์ เพื่อเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชาธิบดีฮามัด บิน อิซา อัล คอลิฟะห์ แห่งราชอาณาจักรบาห์เรน และเจ้าชายซัลมาน บิน ฮามัด อัล คอลิฟะห์ มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรบาห์เรน ต่อมาในเวลา เวลา 20.00 น. สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งราชอาณาจักรบาห์เรน พระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรี

จากนั้น ในวันที่ 14 พ.ค. นายกรัฐมนตรีบาห์เรนจะจัดพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการแก่นายกรัฐมนตรี และหารือข้อราชการร่วมกันที่พระราชวังอัล กูไดบิยา ก่อนจะร่วมกันเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลราชอาณาจักรบาห์เรน ว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว พร้อมทั้งพระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรี นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีจะได้มีโอกาสพบหารือนักธุรกิจและนักลงทุนชาวบาห์เรน เพื่อเชิญชวนนักลงบาห์เรนลงทุนในไทย ต่อมา ในวันที่ 15 พ.ค. นายกรัฐมนตรีและคณะ จะเดินออกจากบาห์เรนเพื่อเดินทางเยือนประเทศกาตาร์อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 15-17 พ.ค. ต่อไป

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการเยือนว่า บาห์เรนถือเป็นประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมายาวนาน อีกทั้งสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบาห์เรน และนายกรัฐมนตรีบาห์เรนได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยก่อนหน้านี้ รวมถึงนักธุรกิจบาห์เรนต้องการที่จะลงทุนในประเทศไทยเพิ่ม และมีความต้องการด้านความมั่นคงทางอาหารจึงเป็นประโยชน์ที่ไทยได้ไปหารือเกี่ยวกับข้อตกลงความต้องการทางอาหารกับบาห์เรน เพื่อที่ประเทศไทยจะได้เตรียมความพร้อมด้านการค้าและการผลิตให้สามารถรองรับความต้องการทางอาหารของบาห์เรนได้ อีกทั้งจะมีการหารือเรื่องของวัฒนธรรม โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวที่จะมีการร่วมลงนามในด้านดังกล่าวร่วมกัน นอกจากนี้ขณะนี้บาห์เรนต้องการลงทุนเรื่องการก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่ จึงเป็นโอกาสของไทยที่จะไปร่วมลงทุนและรับงานด้านก่อสร้าง รวมถึงการส่งแรงงานไทยไปทำงาน

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า บาห์เรนเป็นประเทศที่มีศักยภาพพอสมควรในกลุ่มตะวันออกกลาง จึงถือเป็นการเปิดตลาดในกลุ่มตะวันออกกลาง ด้านตัวเลขเศรษฐกิจถือว่าไทยได้ประโยชน์ เพราะส่งออกมากกว่านำเข้า แต่ไทยมีความประสงค์ที่จะเจรจาข้อตกลงเรื่องของการค้าด้านอาหาร และความมั่นคงด้านอาหาร โดยไทยต้องการผลิตและส่งออกอาหาร รวมถึงวัตถุดิบการผลิตอาหารฮาลาลด้วย ถ้าไทยประสบความสำเร็จจากข้อตกลงนี้ จะมีโอกาสเป็นศูนย์การส่งออกอาหารไปยังประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง นอกจากนี้ บาห์เรนเป็นประเทศที่เข้าใจไทยเป็นอย่างดีในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถือเป็นกลุ่มประเทศอิสลามที่ให้ความร่วมมือกับไทยด้วยดีมาตลอ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนได้เชิญนักธุรกิจไทยกว่า 50 ราย ร่วมเดินทางไปกับคณะ เพื่อเจรจาด้านการค้า การลงทุน การก่อสร้าง การเงิน และด้านพลังงานในอนาคต อีกทั้งจะมีโอกาสเยี่ยมชมศูนย์บัญชาการกองกำลังผสมทางทะเล ที่เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลด้านความปลอดภัยทางทะเล โดยสาเหตุที่เลือกเยือนบาห์เรนเป็นประเทศแรกในตะวันออกกลาง เพราะมีสัมพันธ์ดีต่อกัน จึงเชื่อว่าจะสามารถเพิ่มมูลค่าการค้า การลงทุนได้ตามเป้าหมายที่วางไว้



www.dailynews.co.th

หนังสือพิมพ์บ้านเมือง » ประกวดจิตรกรรมร่วมสมัย

บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ มหาวิทยาลัยศิลปากร และหอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดการประกวดผลงานจิตรกรรมร่วมสมัย พานาโซนิค "เพื่อความสุขของมวลมนุษยชาติ" ครั้งที่ 14 สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย, ภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย มีสิทธิ์ส่งผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยฝีมือและความคิดของตนเอง ซึ่งไม่เคยนำแสดงและส่งประกวดที่ใดมาก่อน คนละไม่เกิน 3 ชิ้น ขนาดของผลงานรวมกรอบไม่เกิน 2 เมตร สามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันที่ 20-27 พฤษภาคม 2555 เวลา 09.00-16.00 น. พื้นที่กรุงเทพฯ ส่งได้ที่หอศิลป์สนามจันทร์ วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร นครปฐม ส่วนภูมิภาค วิทยาลัยช่างศิลป์ สุพรรณบุรี และมหาวิทยาลัยนเรศวร พิษณุโลก ภาคตะวันออก คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ภาคเหนือ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ภาคใต้ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ สงขลา และมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา

ประกาศผลการตัดสิน ในวันที่ 15 มิถุนายน 2555 ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร และ บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด จากนั้นจะนำผลงานไปจัดนิทรรศการ ณ หอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 9-31 สิงหาคม 2555 และนำไปจัดแสดง ณ หอศิลปจำปาศรี สำนัก วิทยบริการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จ.มหาสารคาม ต่อไป

ผู้สนใจนำผลงานด้านจิตรกรรมเข้าร่วมประกวดในโครงการประกวดจิตรกรรมร่วมสมัย พานาโซนิค ครั้งที่ 14 ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด โทร.0-2731-8888 ต่อ 2918 โทรสาร 0-2731-8888 ต่อ 2743 หรือ http://panasonic.co.th และหอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ โทร.0-2221-3841



www.banmuang.co.th

บทความที่ได้รับความนิยม