วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ผนึก 4 องค์กร จัดมหกรรมซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สแห่งประเทศไทย

พีไอเอ็ม ร่วมสมาคมสมาพันธ์โอเพนซอร์สฯ เนคเทค และซิป้า จัดมหกรรมซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 11 เสริมแนวทางประยุกต์ใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในองค์กร หวังเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันพัฒนาเทคโนโลยี วันที่ 18-19 พ.ค....

รายงานข่าวแจ้งว่า งานมหกรรมซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สแห่งประเทศไทย (Thailand Open Source Software Festival) จัดโดยความร่วมมือของ 4 องค์กร ได้แก่ สมาคมสมาพันธ์โอเพนซอร์สแห่งประเทศไทย (TOSF) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้า และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หรือพีไอเอ็ม โดยมหกรรมฯ ในปีนี้เน้นการนำเทคโนโลยีโอเพนซอร์สเข้ามาจับกับธุรกิจ สนับสนุนให้เกิดความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณทางไอทีที่มีอยู่จำกัด และดำเนินรอยตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยภายในงานแบ่งเป็น 3 ส่วนสำคัญ คือ การสัมมนาแบ่งตามรูปแบบธุรกิจ คือ SME, Enterprise, Mobile & Social, Cloud & Infrastructure โดยสามารถเลือกเข้าร่วมตามความสนใจส่วนเวิร์กช็อปเกี่ยวกับการใช้งานโอเพนซอร์สที่กำลังเป็นที่นิยม โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ และส่วนการจัดแสดงนิทรรศการจากผู้ประกอบการโอเพนซอร์ส

นายสมโรตม์ โกมลวนิช ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หรือพีไอเอ็ม กล่าวว่า นับเป็นปีที่สองแล้วที่ได้ร่วมสนับสนุนการจัดงานมหกรรมนี้ในปีที่แล้ว การจัดงานได้ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างสูง โดยมีผู้เข้าร่วมชมงานเป็นจำนวนมาก และจากการประเมินที่ทำโดยเนคเทคผ่านกลุ่มธุรกิจที่เข้าร่วมแสดงนิทรรศการพบว่าการจัดงานในปีที่แล้วเกิดผลกระทบทางธุรกิจมีมูลค่าสูงถึง 24 ล้านบาท

ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการพีไอเอ็ม กล่าวต่อว่า ในฐานะของสถาบันการศึกษาด้านการจัดการ พีไอเอ็ม เห็นความสำคัญของการใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่จะทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนด้านซอฟต์แวร์ของภาคธุรกิจ ตลอดจนลดปัญหาของการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ อันจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างยิ่งในวงกว้าง นอกจากนี้ ยังอยากเห็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์คนไทยส่วนใหญ่พัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สให้มากขึ้น และพีไอเอ็นยังมีนโยบายที่จะผลักดัน และพัฒนาหลักสูตรเกี่ยวข้องเพื่อผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่ภาคธุรกิจ สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ นอกจากจะสนับสนุนสถานที่การจัดงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกแล้ว สถาบันการจัดการพีไอเอ็มได้มีคณาจารย์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 3 ราย เข้าร่วมเป็นวิทยากรในการอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้อีกด้วย

ทั้งนี้ งานดังกล่าวจัดระหว่างวันที่ 18-19 พ.ค.2555 เวลา 09.30-16.30 น. ณ อาคารหอประชุมปัญญาภิวัฒน์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ถ.แจ้งวัฒนะ

www.thairath.co.th

สธ.หนุนเริ่มฉีดวัคซีนป้องมะเร็งปากมดลูกในด.ญ.12ปี

สธ.หนุนฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในเด็กหญิง 12 ปี เพื่อป้องกันไว้ตั้งแต่ก่อนมีเพศสัมพันธ์ ราคาเข็มละไม่เกิน 500 บาท ชี้ฉีดครบ 3 เข็มจะป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ตลอดชีวิต ...

วันที่ 16 พ.ค. นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รมช.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานประชุมการป้องกันมะเร็งปากมดลูกโดยการใช้วัคซีน ที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ประชุมร่วมกับราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้และความคุ้มค่าในการใช้วัคซีนป้องกันมะเร็งปาก มดลูกในประเทศไทย ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมได้พิจารณาข้อมูลทางวิชาการและมีความเห็นตรงกันว่า ควรฉีดวัคซีนเอช พี วี (HPV) เพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูกให้หญิงไทย โดยประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ถ้าวัคซีน เอช พี วี (HPV) ที่จะฉีดราคาเข็มละ 400-500 บาทจะถือว่าคุ้มค่า ขณะเดียวกันจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ศึกษาว่า ถ้าราคาวัคซีนต่ำกว่าเข็มละ 2,000 บาท ก็ถือว่าคุ้มค่า รวมทั้งจากการพูดคุยกับหัวหน้าภาควิชาสูตินรีเวช รพ.รามาธิบดี และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ก็ให้ความเห็นตรงกันว่า ถ้าราคาอยู่ประมาณเข็มละ 500 บาท ก็ถือว่าคุ้มค่า โดยเมื่อฉีดครบ 3 เข็มจะป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ตลอดชีวิต

รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ความคุ้มค่าที่กล่าวนี้ เปรียบเทียบจากมูลค่าในการซื้อวัคซีน กับค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก ซึ่งขณะนี้ไทยมีผู้ป่วยรายใหม่ปีละประมาณ 10,000 ราย เสียชีวิตประมาณปีละ 5,000 ราย เป็นเงินค่ารักษาประมาณ 500 ล้านบาทต่อปี เฉลี่ยรายละ 50,000 บาท รวมทั้งยังมีผลกระทบต่อครอบครัวสูญเสียรายได้ เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นวัยทำงานอายุ 40-50 ปี รวมทั้งยังขาดคนดูแลบ้านและบุตร ลูกหลานต้องหยุดงานไปเฝ้าดูแลผู้ป่วย ทั้งที่บ้านและที่โรงพยาบาล ในภาพรวมที่ประชุมวันนี้ส่วนใหญ่สนับสนุนค่อนข้างมาก ซึ่งจะมีการหารือรายละเอียดในการดำเนินการต่อไป หลังจากนั้นก็จะดำเนินการตามขั้นตอน โดยคณะกรรมการเกี่ยวกับวัคซีนพิจารณา นำเข้าสู่คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ รวมถึงผ่านที่ประชุมคณะอนุกรรมการสิทธิประโยชน์ของ สปสช.พิจารณาต่อไป ทั้งหมดนี้จะเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็วเพื่อปกป้องชีวิตของสตรีไทย

"สำหรับความกังวลว่าจะสร้างภาระให้แก่รัฐและประเทศด้านงบประมาณหรือไม่นั้น ในการประเมินค่าความคุ้มค่ากับชีวิตของหญิงไทยที่เสียไป โดยการฉีดวัคซีนเอชพีวีป้องกัน มีคำแนะนำให้ฉีดให้กับนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หรืออายุ 12 ปี เพื่อป้องกันไว้ตั้งแต่ก่อนมีเพศสัมพันธ์ หากฉีดวัคซีนครอบคลุมปีละประมาณ 400,000 คน ทุกปีไปเรื่อยๆ เราจะลดการป่วยและการเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกได้ถึงประมาณร้อยละ 70 ถือว่าเป็นการยกคุณภาพชีวิตของผู้หญิงไทยให้สูงขึ้น และขณะนี้ 40 ประเทศทั่วโลกได้เริ่มฉีดวัคซีนนี้แล้ว รวมทั้งประเทศที่ใกล้บ้านเราที่สุดคือมาเลเซีย สิงคโปร์" นพ.สุรวิทย์กล่าว

นพ.สุรวิทย์ กล่าวด้วยว่า สำหรับราคาวัคซีนนั้น หากผ่านการพิจารณาอนุมัติให้ใช้ในประเทศไทย จึงจะทราบราคาที่แน่นอน เท่าที่มีข้อมูลของประเทศมาเลเซียอยู่ที่ราคาเข็มละ 500 บาท แต่ในประเทศไทย ถ้าเราฉีดเด็กหญิงอายุ 12 ปี หรือ ป.6 ที่มีประมาณปีละ 400,000 คน มากกว่ามาเลเซียที่ฉีดให้ปีละ 300,000 คน อำนาจต่อรองน่าจะสูงกว่า อีกทั้งเมื่อระยะเวลาผ่านไป ราคาวัคซีนจะยิ่งถูกลง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการฉีดวัคซีนเอชพีวี ก็จะต้องมีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีแปปสเมียร์ หรือ วีไอเอ ควบคู่กัน เพราะการฉีดวัคซีนเป็นการป้องกันไม่ให้เป็นมะเร็งปากมดลูก ส่วนการตรวจแปปสเมียร์ หรือ วีไอเอ เป็นการตรวจหาคนที่เป็นมะเร็งปากมดลูกเป็นคนละขั้นตอน.

www.thairath.co.th

เชฟรอนจับมือแพธต่อยอดโครงการทริปเปิล E เดินหน้าให้ความรู้เรื่องเอดส์ในภาคอีสาน

บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด สานต่อโครงการ “ทริปเปิล E” เพื่อมุ่งส่งเสริมความรู้เรื่องเอดส์และเพศศึกษาให้แก่เยาวชน โดยสนับสนุนงบประมาณกว่า 3 ล้านบาท แก่องค์การแพธประจำประเทศไทย (PATH) เพื่อร่วมกันดำเนินงานเสริมสร้างพลังคนในการรับมือกับปัญหาการติดเชื้อเอชไอวีและเพศสัมพันธ์ในเยาวชน โดยส่งเสริมความรู้เรื่องเพศและสุขภาพแก่วัยรุ่นผ่านการสื่อสารในครอบครัว

นายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เปิดเผยว่า “โครงการทริปเปิล E ถือเป็นหนึ่งในโครงการเพื่อสังคมของเชฟรอน ที่เน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน โดยในโครงการนี้ เชฟรอนได้ร่วมมือกับองค์การแพธประจำประเทศไทย จัดกิจกรรมหลักสูตรการสื่อสารระหว่างผู้ปกครองกับบุตรหลาน เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในเรื่องเพศ การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี และการป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรให้แก่เยาวชน”

กิจกรรมในโครงการเริ่มจาก การเข้าไปให้ความรู้กับอาสาสมัครเพื่อพัฒนาอาสาสมัครผู้ติดเชื้อให้เป็นวิทยากรในการเผยแพร่ความรู้ด้านเพศศึกษาให้แก่ชุมชน และส่งเสริมเรื่องสุขภาพทางเพศแก่วัยรุ่นให้กับผู้ปกครองต่อไป เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถให้คำปรึกษาแก่บุตรหลานได้อย่างมีทักษะ เพื่อสร้างการสื่อสารในครอบครัวที่เข้มแข็ง โครงการนี้ได้จัดขึ้นในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี อุบลราชธานี และศรีสะเกษ โดยเป็นการให้ความรู้ ทักษะ การฝึกฝน และคู่มือพ่อแม่ กระบวนการอบรมเน้นที่การพัฒนาการสื่อสารและการปรึกษาหารือระหว่างผู้ปกครองและลูกหลานวัยรุ่นโดยใช้เทคนิคต่างๆ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ได้มากจากการส่งเสริมให้ผู้ปกครองเป็นผู้คิด ทบทวน และทดลองปฏิบัติด้วยตนเอง หลังจากผ่านการอบรมทั้งหมด วิทยากรฝึกสอนจะได้ลงพื้นที่ไปยังชุมชนต่างๆ เพื่อนำทักษะที่ได้จากการฝึกอบรมสองวันเต็ม ลงไปปฏิบัติจริง โดยจัดการฝึกอบรมต่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองในพื้นที่ โดยเฉพาะในด้านการใช้เทคนิคการสื่อสารเรื่องเพศกับลูกอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิด “การสื่อสารครอบครัว” ที่ต่างตระหนักถึงการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ในวัยเรียน นอกจากนี้ โครงการฯ ยังจะช่วยเสริมสร้างเครือข่ายพลังคน เพื่อสร้างพลังให้กับผู้ติดเชื้อเอชไอวีให้สามารถทำประโยชน์และอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างเป็นสุข”

นายไพโรจน์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “โครงการ ‘ทริปเปิล E’ ของเชฟรอน คอร์ปอเรชั่น มีเป้าหมายในการทำงานร่วมกับองค์กรด้านการพัฒนาที่มีความเชี่ยวชาญต่างๆ ทั่วโลก เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืน และได้ดำเนินการมาในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งในประเทศไทย องค์การแพธ (PATH) อันเป็นองค์กรพัฒนาระหว่างประเทศด้านการสาธารณสุขเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้ขาดโอกาสในสังคมเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมโครงการ ทริปเปิล E”

ด้านนางสาวภาวนา เหวียนระวี ผู้แทนองค์การแพธประจำประเทศไทย กล่าวว่า “องค์การแพธได้ดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เรื่องเพศศึกษาสำหรับเยาวชนในระบบการศึกษา ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนโลกฯ ภายใต้ชื่อโครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจ โดยได้พัฒนาหลักสูตรเพศศึกษารอบด้านสำหรับสถานศึกษาในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา ตลอดจนหลักสูตรการพัฒนาครูและวิทยากรหลักเพศศึกษา นอกจากนั้นยังได้พัฒนาหลักสูตรการสื่อสารระหว่างพ่อแม่ ผู้ปกครองกับบุตรหลาน ควบคู่ไปกับการดำเนินการในสถานศึกษา โดยมุ่งหวังให้พ่อแม่ที่มีลูกวัยรุ่นมีความรู้ความเข้าใจ มีทัศนคติที่ดีในเรื่องเพศ และมีทักษะการสื่อสารเรื่องเพศกับลูกอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งในครั้งนี้ทางบริษัทเชฟรอนฯ ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงาน ดิฉันรู้สึกยินดีที่มีบริษัทเอกชนอย่างเชฟรอนที่เล็งเห็นความสำคัญกับการให้ความรู้เรื่องเพศและเอชไอวีแก่เยาวชนไทย

“นอกจากนั้น โครงการนี้ยังเปิดโอกาสให้อาสาสมัครผู้ติดเชื้อเอชไอวีได้บอกเล่าประสบการณ์และให้ความรู้แก่ชุมชนที่ตนอาศัยอยู่ ในฐานะวิทยากรในการฝึกอบรมทักษะการสื่อสารในครอบครัวให้กับผู้ปกครอง ซึ่งถือเป็นวิธีการที่ดีในการสร้างพลังใจให้กับผู้ติดเชื้อเอชไอวี ให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตในสังคมและทำประโยชน์ให้กับชุมชนของตนเองได้”

บริษัทเชฟรอนฯ ดำเนินธุรกิจด้วยหลักการปฏิบัติงานด้วยความเป็นเลิศในทุกๆ ด้าน ซึ่งรวมไปถึงการดำเนินนโยบายด้านสังคมซึ่งเน้นเรื่องของการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดย เชฟรอนฯ มุ่งสนับสนุน “พลังคน” โดยมีพื้นฐานจากความเชื่อและการให้ความสำคัญในศักยภาพของ “คน” ในการสร้างสรรค์ และลงมือทำ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้เกิดขึ้นกับสังคม โดยเริ่มจากภายในสู่ภายนอก คือ สร้างพลังใจ โดยมุ่งเน้นการสร้างความตระหนัก ปลูกจิตสำนึก ค่านิยมที่ต้องการทำความดี และสร้างประโยชน์ให้สังคมให้เกิดขึ้นก่อน จากนั้นก็สนับสนุน “พลังคน” เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมาย โดยการสนับสนุนทั้งในรูปแบบของการให้องค์ความรู้ และงบประมาณ รวมไปถึงความร่วมมือในลักษณะของการเป็นพันธมิตรกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง



www.newswit.com

AAS ผู้นำเข้า Porsche อย่างเป็นทางการแต่ผู้เดียวในประเทศไทย...

AAS ผู้นำเข้า Porsche อย่างเป็นทางการแต่ผู้เดียวในประเทศไทย เชิญสื่อมวลชนลงทดสอบสมรรถนะของสปอร์ตซาลูนสุดหรูพลังสูง Porsche Panamera S Hybrid ยนตรกรรมแนว Gran Turismo เครื่องยนต์ลูกผสม เบนซิน-มอเตอร์ไฟฟ้า พลัง 380 แรงม้า...

Panamera S Hybrid คือปฐมบทแห่งสมรรถนะของ Porsche Intelligent Performance สานต่อความสำเร็จบนตัวถังแนว Gran Turimo รูปลักษณ์ 4 ประตูหลังคาลาดเทแนว Sport GT ผสมผสานเครื่องยนต์เบนซิน V6 กับการถ่ายเทแรงบิดที่รวดเร็วของชุดมอเตอร์ไฟฟ้าพลังงานสูง การทำงานทั้งสองแบบทำให้ Panamera สามารถผลิตกำลังได้ถึง 380 แรงม้า หรือ 279 กิโลวัตต์ อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่กำลังกลายเป็นจุดขาย มันทำได้ 6.8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (41.54 mpg) เมื่อทดสอบการขับขี่ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน NEDC ขณะที่ยังคงรสชาติของความเป็นรถสปอรต์และความหรูหราไว้อย่างครบครัน รถ Panamera S Hybrid ปล่อยก๊าซ CO2 ประมาณ 159 กรัมต่อ 1 กิโลเมตร ทําให้ Panamera S Hybrid เป็นรถรุ่นที่ประหยัดที่สุดที่สําหรับแบรนด์ Porsche ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท ถือได้ว่ามีตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่ดีกว่ายนตรกรรมรุ่นอื่นๆ ที่มีเครื่องยนต์ Hybrid ในคลาสเดียวกัน

ประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน และการปล่อยมลพิษที่ต่ําของ Panamera S Hybrid เกิดขึ้นด้วยการผสมสมรรถนะ น้ำหนัก ย่านของกำลังแรงบิด และยางที่มีความเสียดทานต่ําของมิชลิน (Michelin) ซึ่งผลิตยางรุ่นพิเศษเพื่อ Porsche Panamera โดยเฉพาะ เจ้าของรถสามารถเลือกติดตั้งยางรุ่นพิเศษนี้เป็นอุปกรณ์เสริมได้ ยางรุ่นพิเศษที่พร้อมใช้ในทุกฤดูนี้ มีส่วนผสมดอกยางที่ลดความต้านทานระหว่างการวิ่ง โครงสร้างยางที่ได้รับการปรับแต่ง ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงเนื่องจากการเสียดทานที่ลดลง จากขั้นตอนในการออกแบบและพัฒนา ออปชั้นเสริมยางพิเศษนี้ สามารถติดตั้งบนล้อขนาด 19 นิ้วที่มีขนาดยาง 255/45 R19 และล้อคู้หลังที่มีขนาดยาง 285/40 R19 ยางหลังซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อนถูกขยายขนาดหน้ายางให้โตขึ้น เพื่อสร้างแรงยึดเกาะให้สมบูรณ์แบบมากที่สุด

เครื่องยนต์บล็อก V6 วางด้านหน้า เสื้อสูบและฝาสูบหล่อขึ้นรูปจากอัลลอย ดับเบิลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ฟ DOHC 4 วาล์วต่อ 1 กระบอกสูบ=24 วาล์ว ปริมาตรความจุ 2,995 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก 84.5 x 89.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.5 : 1 เพลาลูกเบี้ยวไอดีแบบแปรผันจังหวะการทำงาน ระบบตั้งระยะห่างวาล์วไฮดรอลิก ระบบอัดอากาศ Super-Charge จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบ Direct Injection ผ่านกล่องสมองกล Bosch Motronic ME 7.1.1 Fuel Injection ระบบหล่อลื่นแบบ Wet Sump ใช้น้ำมันเครื่อง 8.1 ลิตร พร้อมด้วยระบบฟอกควันพิษ Catalytic Converter 3 Way เครื่องยนต์ติดตั้ง Oxegen Sensor สองตัวสำหรับแถวลูกสูบแต่ละแถว จ่ายกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงแบบ Static ด้วยคอยล์จุดระเบิดแยก 6 ชุด พร้อมระบบ ตัดเชื้อเพลิง Variable Overrun ระบบติดและดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อจอดอยู่กับที่ Auto Start/Stop โมดูลระบบ Hybrid พร้อมมอเตอร์กับระบบตัดการเชื่อมต่อและระบบ Auto Start/Stop

เครื่องยนต์ ของ Panamera S Hybrid มีกำลังสูงสุด 333 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ ถึง 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร มาในรอบเครื่องยนต์ประมาณ 3,300 รอบ ถึง 5,250 รอบต่อนาที เชื่อมต่อกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 47 แรงม้า กับแรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตรที่ 1,150 รอบต่อนาที เมื่อรวมทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน Panamera S Hybrid จะมีกำลังแรงบิดมากถึง 580 นิวตันเมตรและมาในรอบต่ำเพียงแค่ 1,000 รอบต่อนาทีเท่านั้น ม้าทั้ง 380 ตัวคือม้าจากเยอรมนีที่ให้แรงบิดอย่างต่อเนื่อง ส่งตรงไปยังชุดส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 8 จังหวะ Tiptronic-S หรือ PDK-7 ออปชั่นเสริมพิเศษที่เจ้าของรถต้องควักกระเป๋าเพิ่ม

ระบบรองรับหรือชุดกันสะเทือน ด้านหน้าเป็นแบบปีกนกคู่ ใช้วัสดุพวกอะลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนัก และให้ความรู้สึกที่ดีกว่าโลหะประเภทเหล็ก ส่วนส่วนชุดกันสะเทือนด้านหลังเป็นแบบ Multi-Link ทำจากอะลูมิเนียมที่มีติดตั้งเข้ากับเฟรมแชสซี มีระบบถุงลม ด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมการควบคุมปริมาตรปริมาตรอากาศเพิ่มเติมในสปริงลมแต่ละตัว ช็อกอัพเป็นแบบ แก๊ส ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ควบคุมด้วระบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมระบบปรับแรงหน่วงต่อเนื่อง (Porsche Active Suspension Management, PASM) ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกการขับขี่ได้ถึง 3 โหมด เพื่อเพิ่มหรือลดทอนความดิบ รวมทั้งการตอบสนองของระบบกันสะเทือน ตามความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา และสภาพการขับขี่ทั้งแบบธรรมดา Sport Mode และ Sport ++ (โหมดหลังสุด กดเลือกด้วยสวิตช์ไฟฟ้า บนชุดหน้าปัด โดยผู้ขับขี่จะรับรู้การทำงานของระบบ PASM ได้จากการช่วยลดความสูงของตัวรถทั้งคันให้เตี้ยลง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความดิบเถื่อนของคนขับ)

ช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บริษัท AAS Auto ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Porsche ในประเทศไทย ได้เชิญสื่อมวลชนลงทำการทดสอบสมรรถนะและการควบคุมตัวรถ Panamera S Hybrid โดยจัดขึ้นที่ลานกิจกรรมในกรมทหารราบ 11 ถนนพหลโยธิน เพื่อยืนยันถึงความพร้อมในการทำตลาดรถยนต์เครื่องยนต์ลูกผสมเบนซิน+มอเตอร์ ไฟฟ้าของ Porsche ในประเทศไทย ในฐานะตัวแทนจำหน่ายหนึ่งเดียวของยนตรกรรมสปอร์ตยี่ห้อ Porsche ที่พรั่งพร้อมด้วยบริการหลังการขาย การดูแลลูกค้า อะไหล่และศูนย์บริการพร้อมช่างฝีมือที่ผ่านการอบรมระบบต่างๆ ของรถ Porsche สามารถสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่ซื้อรถ Porsche โดยครอบคลุมในทุกๆ ด้านของการบริการ

15.30 น. ผมก้าวขึ้นไปนั่งยังตำแหน่งผู้โดยสารที่เบาะหน้าของ Panamera S Hybrid สีเงินยวง โดยมีคุณแมน มานิตย์ รุ่นพี่ในวงการรถแข่งและนักขับรถแข่งชั้นนำของเมืองไทย ซึ่งในวันนั้นพี่แมนคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับตัวรถ การใช้อุปกรณ์ การทำงานของเครื่องยนต์และระบบ Hybrid รวมถึงการควบคุมพวงมาลัยที่ย่านความเร็วสูง ให้ประสานไปกับทิศทางและองศาของการเลี้ยวหักหลบแท่งไพล่อน พี่แมนคือหนึ่งในตำนานของการแข่งขันรถยนต์ในประเทศไทย ซึ่งยืนอยู่บนหัวแถวของพวกสุดยอดฝีมือ คำแนะนำต่างๆ เช่นการควบคุมพวงมาลัย ตำแหน่งของการนั่งขับขี่ การวางเท้าและแขนรวมถึงศีรษะ ให้สัมพันธ์ไปกับท่านั่ง ที่จะส่งผลให้การควบคุมรถพลังสูงคันนี้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ส่วนการขับขี่ทดสอบ 2 รอบแรกนั้น พี่แมน มานิตย์เป็นคนขับพร้อมอธิบายให้ผมรับรู้ถึงเครื่องยนต์ อัตราเร่งอันนิ่มนวลแต่ทรงพลังของระบบ Hybrid ใน Panamera S Hybrid คันทดสอบ ระบบเบรกและทักษะการคอนโทรลพวงมาลัยให้ประสานไปกับความเร็วของตัวรถ นับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์อันมีค่าที่มีไม่บ่อยครั้งนัก สำหรับการทดสอบยนตรกรรมหรูหราราคาแพงของค่าย AAS Auto

ระบบส่งกำลังใน Panamera S Hybrid เป็นเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดที่พัฒนามาเพื่อวางลงในตัวรถรุ่น Hybrid ช่วยลดการปล่อยมลพิษ และลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้มากกว่าเกียร์รุ่นเก่า จากอัตราทดที่กว้างและครอบคลุมในทุกย่านความเร็ว ที่ระดับความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เจ้า Panamera S Hybrid ใช้รอบเครื่องยนต์ที่ 1,900 รอบต่อนาที ซึ่งทำให้ค่าเฉลี่ยการกินน้ำมันที่ 14 กิโลเมตรต่อลิตรตามที่วิศวกรของ Porsche เคลมมานั้นเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด คันเร่งไฟฟ้า ที่ออกแบบให้กระชับและฉับไวต่อการตอบสนองในการเรียกกำลัง ผมได้ขับทดสอบเป็นคนสุดท้ายของบ่ายวันนั้น เนื่องจากเย็นมากแล้วและการทดสอบเจ้า Panamera S Hybrid นั้นเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนเช้า ยางและสภาพของระบบรองรับกับตัวรถยังคงปกติดีทุกอย่าง แม้มันจะโดนอัดโดนเค้นมาทั้งวัน แต่การยึดเกาะ อัตราเร่งรวมถึงระบบต่างๆ ยังคงทำงานได้อย่างสมบูรณ์

สิ่งที่ชอบมากที่สุดคือความรู้สึกของพวงมาลัยที่ทั้งคมและไว โดยมีการหน่วงน้ำหนักมาเป็นอย่างดีจากขั้นตอนในการพัฒนา พวงมาลัยของ Panamera S Hybrid เป็นแบบสามก้าน มีสวิตช์เปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ติดตั้งมาให้ พร้อมกับสวิตช์ปรับโหมดต่างๆ ของเครื่องเสียงและโทรศัพท์บลูทูธ ถึงแม้จะมีขนาดของวงโตกว่ารถสปอร์ตรุ่นอื่น แต่หนังแท้ที่ใช้ห่อหุ้ม กับแนวคอดบริเวณร่องนิ้วโป้งและนิ้วชี้ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี ทำให้การจับมีความกระชับและให้ความรู้สึกที่มั่นคง ส่วนวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ประดับประดาภายในห้องโดยสารของ Panamera S Hybrid มีรูปแบบที่โดดเด่นคล้ายกับ Cockpit ของเครื่องบิน จากปุ่มและสวิตช์ต่างๆ ที่เรียงรายอยู่เต็มคอนโซล จอแสดงผลบริเวณหน้าปัด ยังคอยแจ้งเตือนผู้ขับขี่ให้ได้รับรู้ถึงการทำงานของระบบต่างๆ โดยส่งถ่ายข้อมูลที่ละเอียดอ่อนเช่น โหมดการขับขี่ ปริมาตรของกระแสไฟฟ้าในแบตเตอรี่ การทำงานของเครื่องยนต์และระบบ Hybrid อุณหภูมิภายนอก ปริมาณเชื้อเพลิงในถังกับระยะทางที่สามารถวิ่งถึงฯ

สำหรับท่านที่ชอบความแรงสไตล์สปอร์ตจีทีและต้องการบริการหลังการขายที่ครบครัน คงต้องมองไปที่บริษัท AAS-Auto ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Porsche ในประเทศไทย ถึงแม้ Panamera S Hybrid จะเป็นรถประหยัดพลังงานแบบ series-parallel แต่มันก็มีแรงบิดรอบต่ำให้ใช้อย่างจุใจ และสามารถสร้างแรงดึงในแบบรถสปอร์ตจีทีได้อย่างสมบูรณ์ พละกำลัง 380 แรงม้าเมื่อรวมทั้งสองระบบเข้าด้วยกัน (เครื่องยนต์บวกมอเตอร์ไฟฟ้า) จะมีแรงบิดถึง 580 นิวตันเมตร ซึ่งนับว่าสูงมากในหมู่รถ Hybrid เสียงเครื่องยนต์ V6 ที่ถูกปรับแต่งท่อไอเสียมาเป็นอย่างดี กับการยึดเกาะในระดับดีเยี่ยมสมราคาค่าตัว 9.6 ล้านบาท ทำให้มันเป็นรถสปอร์ตสี่ที่นั่งที่มีความน่าขับมากที่สุดในยุคนี้.

Arcom roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom



www.thairath.co.th

ดีเอชแอล เปิดศูนย์กระจายสินค้าพระราม 3 มูลค่า 2.7 ล้านยูโร

การลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดของไทยในรอบหลายปีที่ผ่านมาเพื่อตอบสนองต่อการขยายตัวของดีเอชแอล ในประเทศไทย และความต้องการที่เพิ่มขึ้นของบริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศ

ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ผู้นำธุรกิจขนส่งด่วนระดับโลก เปิดตัวศูนย์กระจายสินค้าล่าสุดมูลค่า 2.7 ล้านยูโร หรือ 124 ล้านบาท บนถนนพระราม 3 เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าชาวไทย นอกจากนี้ ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นของดีเอชแอลในการลงทุนระยะยาวในประเทศไทย ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าที่สำคัญในเอเชีย นอกเหนือจากในฮ่องกง สิงคโปร์ และเซี่ยงไฮ้ ที่จะเปิดทำการภายในเดือนกรกฎาคม ศกนี้

ศูนย์กระจายสินค้าพระราม 3 ซึ่งติดตั้งเทคโนโลยีอันทันสมัย โดยตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 2,448 ตารางเมตร และถือเป็นศูนย์กระจายสินค้าแห่งที่ 5 ของดีเอชแอลในกรุงเทพฯ ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยทำให้ศูนย์กระจายสินค้าแห่งนี้สามารถรองรับสินค้าได้มากถึง 3,700 ชิปเม้นท์ต่อวัน

ชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทยและภาคพื้นอินโดจีน กล่าวว่า “สำหรับในปี 2555 นั้น ดีเอชแอลยังคงเดินหน้าในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และขยายสาธารณูปโภคของเราอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับแผนการขยายธุรกิจในประเทศไทยซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการตอบสนองต่อความต้องการลูกค้าในฐานะที่เราเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมการขนส่งในระดับโลก ด้วยเหตุที่ บริเวณพระราม 3 มีความได้เปรียบด้านกลยุทธ์ เนื่องจากตั้งอยู่ในใจกลางของกรุงเทพฯ และใกล้กับการเชื่อมต่อทางการเดินทางหลายจุด นอกจากนี้เรายังตั้งอยู่ใกล้กับลูกค้าที่อยู่ในบริเวณเขตธุรกิจหลักของกรุงเทพฯ รวมถึงเขตสีลมและสาทร ทำให้เราสามารถบริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น การเปิดศูนย์กระจายสินค้าพระราม 3 ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นในการลงทุนในประเทศไทย เพื่อตอบสนองต่อการเติบโตภายในประเทศ ในฐานะที่เป็นองค์กรที่ผู้บริโภคเลือก เรายังคงมองหาโอกาสใหม่ ๆ เพื่อมอบบริการที่เป็นเลิศ รวมถึงมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของเรา ”

“ประเทศไทยจะยังคงเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าที่สำคัญของเรา และเราจะยังคงลงทุนในสาธารณูปโภค ผลิตภัณฑ์และประสิทธิภาพในการบริการรวมถึงบุคลากรของเราอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับโอกาสต่างๆ ในอนาคตหลังจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีในปี 2558 ในฐานะผู้นำการขนส่งระดับโลก เราต้องก้าวเร็วกว่าคู่แข่งของเรา และการเปิดศูนย์กระจายสินค้าพระราม 3 เป็นตัวอย่างของการเติบโตอย่างต่อเนื่องและความมุ่งมั่นในการมอบบริการที่เป็นเลิศของเราเป็นอย่างดี” ยาสมิน อลาดาด คาน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

ศูนย์กระจายสินค้าพระราม 3 เป็นศูนย์กระจายสินค้าแห่งแรกของดีเอชแอลที่ใช้ระบบ Dual Weight Dimension Length (WDL) ในกระบวนการชั่งน้ำหนักที่สามารถรองรับการขนถ่ายสินค้าได้เร็วสูงสุดถึง 600 ชิ้นต่อชั่วโมง นอกจากนี้การใช้เครื่องสแกนเนอร์ใหม่ยังช่วยในการส่งต่อข้อมูลให้เร็วยิ่งขึ้นทำให้เพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทั้งหมดรวมถึงลดเวลาในกระบวนการทำงานด้วย นอกจากนี้ ศูนย์กระจายสินค้าพระราม 3 ยังใช้เป็นสำนักงานของพนักงานรับข้อมูลสินค้าของลูกค้า (customer data entry) ซึ่งจะเป็นจุดที่รวบรวมข้อมูลของการสั่งจากศูนย์อื่นแล้วจัดไว้ในระบบกลาง ทำให้สามารถจัดการเวลาได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการส่งผ่านข้อมูลของศูนย์กระจายสินค้าพระราม 3 อีกด้วย

ทั้งนี้ เพื่อดำเนินตามนโยบายของดีเอชแอลในการลดการผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ร้อยละ 30 ภายในปี 2563 การใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพรวมถึงเลือกระบบประหยัดไฟในอุปกรณ์และเครื่องมือในศูนย์กระจายสินค้าพระราม 3 เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการประหยัดพลังงานของดีเอชแอล ด้วย และด้วยความมุ่งมั่นนี้เอง ดีเอชแอลหวังว่าจะมีส่วนช่วยในการลดการใช้พลังงานทั้งหมดในศูนย์กระจายสินค้าพระราม 3 ได้เป็นอย่างดี



www.newswit.com

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างจีน-ไทย

เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศจีนถือเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย เป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ในขณะเดียวกันทั่วโลกต่างจับตามองและหันมาลงทุนและท่องเที่ยวประเทศจีนเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ ไม่เว้นแม้แต่คนไทยที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวประเทศจีนเป็นอย่างมากมาเป็นเวลาช้านาน ต้องไม่ลืมว่าประเทศไทยและจีนมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นมาเป็นเวลากว่า 30 ปี จนถือได้ว่าเปรียบเสมือนเมืองพี่เมืองน้องกัน มีวัฒนธรรมความเป็นอยู่และการดำรงชีวิตที่คล้ายคลึงกัน ทำให้ทั้งคนจีนและคนไทยรู้สึกเป็นกันเองมากในการเดินทางท่องเที่ยวระหว่าง 2 ประเทศ

จะเห็นได้ว่า ตามสถิติที่ผ่านมาเมื่อปีที่แล้ว คนไทยเดินทางไปเที่ยวเมืองจีนถึงกว่า 600,000 คน แหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกที่สำคัญๆของจีนหลายแห่งเป็นที่นิยมของคนไทยมาก ทั้ง คุนหมิง ต้าลี่ ลี่เจียง แชงกรีลา หรือแม้กระทั่ง จางเจียเจี้ยที่เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Avatar ที่โด่งดังทั่วโลกและทำรายได้มหาศาล นอกจากนี้คนไทยเชื้อสายจีนยังนิยมที่จะเดินทางกลับไปเยี่ยมเยียนบรรพบุรุษอย่างสม่ำเสมอ มีการรวมกลุ่มกันเป็นสมาคมตระกูลแซ่ต่างๆ มีการทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้และวัฒนธรรมประเพณีซึ่งกันและกันมายาวนาน มีการให้ความสำคัญกับประเพณีจีนทั้งในเรื่องเทศกาลตรุษจีนที่มีกิจกรรมอย่างยิ่งใหญ่ที่เยาวราช รัฐบาลไทยขอขอบคุณรัฐบาลจีนที่ได้ส่งนักแสดงจาก 10 มณฑลมาร่วมแสดงในช่วงเทศกาลตรุษจีน และหมุนเวียนไปแสดงใน 10 จังหวัดของประเทศไทย ทำให้ประชาชนไทยได้รู้จักวัฒนธรรมของจีนมากขึ้น

ปัจจุบันการท่องเที่ยวของไทยมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก มีมูลค่าการท่องเที่ยวคิดเป็น 8% ของ GDP เทียบเท่าการส่งออก ข้าว อ้อย มันสำปะหลังและยางพารา ในปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2554) นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาประเทศไทยถึง 19.1 ล้านคน เป็นนักท่องเที่ยวจีนถึงกว่า 1.7 ล้านคนรองจากประเทศมาเลเซีย และมีแนวโน้มที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยขณะนี้ใน 3 เดือนแรกของปีนี้มีเพิ่มมากขึ้นถึงกว่าร้อยละ 15 คาดว่าจะสามารถเพิ่มมากขึ้นได้ถึงกว่า 2 ล้านคนในปีมังกรทองนี้ เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายทั้งด้านหาดทราย ชายทะเล ภูเขาและแม่น้ำ ปัจจุบันนี้จังหวัดชายทะเลทั้งภูเก็ต สมุยและพัทยาเป็นที่นิยมติดอันดับโลกและยังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวคนจีน ในเดือนเมษายนนี้จังหวัดภูเก็ตยังได้รับความไว้วางใจจากบริษัทแอมเวย์ประเทศจีนในการเป็นสถานที่จัดประชุมที่มีผู้เข้าร่วมประชุมมากถึง 18,000 คน

รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยว โดยนายกรัฐมนตรีได้ทำพิธีเปิด Miracle Year ไปเมื่อเร็วๆนี้ มีการขยายสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยไปใน 4 เมืองหลัก ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ คุนหมิง และ เฉิงตู มีนโยบายที่จะผลักดันการท่องเที่ยวตามนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มนักท่องเที่ยวระหว่างกันปีละถึง 20% ภายใน 4 ปีข้างหน้า คาดหวังว่าในปี พ.ศ.2558 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาไทยถึง 3.7 ล้านคน ในขณะเดียวกันจะมีนักท่องเที่ยวไทยไปจีนถึง 1 ล้านคน

ขณะนี้ประเทศไทยยังมีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆเพิ่มมากขึ้น อาทิ กระบี่ เกาะช้าง หัวหิน-ชะอำ ตรังหรือแม้กระทั่งเกาะหลีเป๊ะที่จังหวัดสตูลที่มีความสวยงามเทียบเท่า Maldive เป็นต้น มีการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานในแต่ละแหล่งท่องเที่ยวรวมถึงการพัฒนาการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาคุณภาพของสถานประกอบการทั้งโรงแรมที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้มาตรฐานสากล ทั้งโรงแรมระดับ International Chain และเครือโรงแรมของคนไทยเอง มีการพัฒนาโรงแรมใหม่ๆที่มีความโดดเด่น อาหารการกินที่เป็นที่ถูกปากนักท่องเที่ยว มีบริการสปาที่ขึ้นชื่อรวมถึงสนามกอล์ฟที่มีมาตรฐาน

เส้นทางคมนาคมทางอากาศ ทุกวันนี้มีเครื่องบินที่บินตรงจากแหล่งท่องเที่ยวหลักของจีน (ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ คุนหมิง กวางเจา เจินโจว ซีอาน ซานซี) เข้ากรุงเทพและภูเก็ต และกำลังมีแนวโน้มที่จะเพิ่ม Charter Flight เข้าจังหวัดกระบี่

ในส่วนของเส้นทางรถมีการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศในเส้นทาง R3A เชื่อมจากคุนหมิงผ่านสิบสองปันนาเข้าสู่ทางเหนือของประเทศไทย และในอนาคตอันใกล้ยังคงมีแนวโน้มที่จะพัฒนาเส้นทางรถไฟความเร็วสูงมาถึงกรุงเทพและอาจต่อลงใต้เพื่อเชื่อมสู่ประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ต่อไป

ความพร้อมของประเทศไทยและประเทศจีนในการรองรับนักท่องเที่ยว มีทั้งเส้นทางคมนาคม สิ่งอำนวยความสะดวก และบริการพื้นฐานที่มีคุณภาพระดับสากล ในขณะเดียวกัน สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในนามของผู้ประกอบการภาคเอกชนได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาครัฐในการยกระดับคุณภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพื่อสร้างมาตรฐานวิชาชีพรวมถึงให้ความสำคัญกับจริยธรรม จรรยาบรรณและการบริการอย่างมีคุณภาพ และการร่วมกับภาครัฐในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่เกี่ยวข้องในทุกๆด้านเพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้อย่างมีความสุขและปลอดภัย



thai.cri.cn

เปิดตัวเยาวชนไทย 9 คน เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมงาน อินเทล ไอเซฟ

นักเรียนไทยส่ง 5 โครงงานวิทยาศาสตร์เข้าร่วมแข่งขันบนเวทีการประกวดวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมโลก

นักเรียนไทย 9 คน ได้รับคัดเลือกเป็นตัวประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมงานประกวดผลงานทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ระดับนานาชาติ หรือ อินเทล ไอเซฟ (Intel ISEF) ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองพิตส์เบิร์ก มลรัฐเพนซิลวาเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 13 – 18 พฤษภาคม ศกนี้

อินเทล ไอเซฟ เป็นงานประกวดที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนทั่วโลกกว่า 1,500 คนได้แสดงแนวคิดใหม่ๆ นำเสนอผ่านโครงงานวิทยาศาสตร์ที่ล้ำสมัย เพื่อแข่งขันและสร้างชื่อเสียงในระดับนานาชาติ รวมถึงยังได้ลุ้นรับรางวัลและทุนการศึกษามากมายรวมมูลค่ากว่า 4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อีกด้วย

นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “อินเทล ไอเซฟ เป็นเวทีการประกวดผลงานทางวิทยาศาตร์และวิศวกรรมระดับนานาชาติของอินเทลที่มีความสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับนักเรียนไทย เพราะเปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงทักษะที่ล้ำเลิศและทำงานร่วมกับเพื่อนๆ เพื่อนำเสนอนวัตกรรมเข้าร่วมประกวดและแข่งขันกับนักเรียนชาติอื่นๆ บนเวทีระดับโลก ปีนี้เป็นครบรอบปีที่ 12 ที่อินเทลสนับสนุนเด็กไทยในการเข้าร่วมประกวดผลงานในงาน อินเทล ไอเซฟ ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นโครงการที่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นของเราในการส่งเสริมและพัฒนานักวิทยาศาสตร์และนักประดิษฐ์รุ่นเยาว์รุ่นใหม่ๆ ให้กับประเทศและโลกของเราอย่างต่อเนื่อง”

ผลงานของนักเรียนไทยในปีนี้ทั้งหมด 5 โครงงาน ที่ส่งเข้าร่วมประกวดในงานอินเทล ไอเซฟ ประกอบด้วย โครงงานสาขาสัตววิทยา 3 โครงงาน รวมถึงสาขาคณิตศาสตร์ และ สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมอีกสาขาละหนึ่งโครงงาน สำหรับหัวข้อของผลงานที่ส่งประกวดเป็นกลุ่ม ได้แก่ การศึกษาบทบาทของหอยทากในสวนยางพารา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการผลิตยางพาราในประเทศไทย, การทำอัญมณีเทียมจากเถ้าลิกไนต์และเถ้าไม้มะขาม ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับได้ และโครงงานในสาขาคณิตศาสตร์ที่มุ่งคิดค้นเพื่อนำทฤษฎีอัลกอริธึมมาประยุกต์ใช้กับ theta graphs ทุกประเภท

นอกจากนี้ ยังมีโครงงานที่ส่งเข้าประกวดประเภทเดี่ยว อีก 2 โครงงาน ซึ่งเน้นศึกษาในสาขา สัตววิทยา ได้แก่ผลงานของนายกิตติ์ธเนศ ธนรุ่งโรจน์ทวี จากโรงเรียนกันทรารมณ์ จังหวัดศรีสะเกษ นำเสนอในหัวข้อ การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการย่อยสลายอาหารของมดแดงกับคุณค่าทางโภชนาการในไข่มดแดง เนื่องจากไข่มดแดงจัดเป็นอาหารที่ราคาแพงและได้รับความนิยมของผู้คนที่อาศัยอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนั้นการศึกษาโครงงานนี้จะช่วยตอกย้ำถึงความสำคัญของการทำฟาร์มมดแดง ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งโปรตีนทางอาหารที่สำคัญแล้ว ยังเป็นแหล่งรายได้ของชาวนาในชนบท และช่วยลดปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าในประเทศอีกด้วย สำหรับอีกหนึ่งโครงงาน คือ การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความหลากหลายทางชีวภาพของกิ้งกือต่อการสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่หน้าดิน ของนางสาวพรวิมล เสียบบำรุง จากโรงเรียนตาคลีประชาสรรค์ จังหวัดนครสวรรค์

นักเรียนที่เข้าร่วมในงานประกวดครั้งนี้ เดินทางมาจากทั่วโลกเพื่อนำผลงานมาร่วมประกวดในหลากหลายสาขา อาทิเช่น สัตววิทยา วิยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ วิศวกรรมศาสตร์ พลังงานและการขนส่ง การจัดการสิ่งแวดล้อม และวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ในปีนี้ มีนักเรียนได้รับคัดเลือกผ่านเข้ารอบสุดท้ายจากการประกวดต่างๆ กว่า 443 งานทั่วโลก เพื่อเป็นตัวแทนของประเทศในการส่งผลงานเข้าร่วมประกวดในงานอินเทล ไอเซฟ โดยผลงานเหล่านี้จะได้รับการพิจารณาและให้คะแนนจากผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับวุฒิดุษฎีบัณฑิต หรือเทียบเท่ากว่า 100 คน ที่มีประสบการณ์การทำงาน ที่ช่ำชองในสาขาวิทยาศาสตร์กว่า 6 ปี อินเทล ไอเซฟ เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนร่วมกันระหว่างบริษัทอินเทลและมูลนิธิอินเทล รวมถึงหน่วยงานเอกชน องค์กรทางการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ อีกหลายหน่วยงานที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์

ท่านสามารถเข้าชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อินเทล ไอเซฟ 2012 ได้ที่http://www.societyforscience.org/intelisef2012.



www.newswit.com

บทความที่ได้รับความนิยม