นายรุ่ง แก้วแดง ประธานมูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง กล่าวว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่ยาวนานมาเกือบ 8 ปี ส่งผลให้จำนวนเด็กกำพร้าในพื้นที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งหากรวมถึงปัญหาการหย่าร้าง และการเสียชีวิตด้วยสาเหตุอื่นๆ ด้วยแล้ว พบว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีจำนวนเด็กกำพร้าสูงถึง 9,000-10,000 คน นอกจากนี้ การดูแลเด็กกำพร้าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ยังพบปัญหาว่า ผู้ดูแลเด็กกำพร้าส่วนใหญ่เน้นการแจกสิ่งของ แต่ไม่ได้ให้ความรัก ความอบอุ่น หรือการดูแลต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันผู้ดูแลเด็กกำพร้ามักอยู่ในวัยชราทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ และเด็กกำพร้าต้องติดตามครอบครัวไปที่สวนยาง ทำให้ขาดโอกาสในการศึกษา ทางมูลนิธิฯ จึงให้เยาวชนในโครงการพัฒนาขีดความสามารถองค์กรเยาวชนระดับตำบล 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว (สสส.) เพื่อสร้างสันติสุขในพื้นที่ดังกล่าว คิดรูปแบบกิจกรรมในการดูแลเด็กกำพร้าในฐานะที่เป็นเยาวชนด้วยกัน และให้เด็กในองค์กรเยาวชนได้แสดงหน้าที่จากที่เคยเป็นผู้รับมาเป็นผู้ให้ โดยเน้นที่การให้ความรัก การเอาใจใส่ และการเป็นเพื่อน เป็นพี่ช่วยสอนน้อง และชี้แนะสิ่งดีๆ ให้แก่เด็กกำพร้า ซึ่งองค์กรเยาวชนได้เสนอรูปแบบกิจกรรมที่จะช่วยดูแลเด็กกำพร้า 4 กิจกรรม ได้แก่ 1.กิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกัน เน้นการสร้างความอบอุ่น ความรัก เป็นพี่ เป็นเพื่อน 2.กิจกรรมอาชีพ 3.กิจกรรมกีฬา และ 4.กิจกรรมศิลปวัฒนธรรม.
www.mcot.net
วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2555
เด็กกำพร้าพุ่งสุงขึ้นในสามชายแดนภาคใต้ เหตุป่วนเมือง
นาซาประกาศยกเลิกสำรวจสภาพอากาศในไทยอย่างเป็นทางการ
28 มิ.ย.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นาซา ประกาศผ่านเว็บไซต์ ยกเลิกการขอใช้อู่ตะเภาไทยเพื่อทำการสำรวจสภาพอากาศแล้ว
ทั้งนี้ โดยเว็บไซต์ของนาซา ระบุหน้า SEAC4RS ว่า ในวันที่ 26 มิ.ย. 2012 นาซาได้ยกเลิกโครงการศึกษาความสัมพันธ์ขององค์ประกอบเมฆ และสภาพอากาศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่กำหนดจะเริ่มดำเนินการในเดือน ส.ค. เนื่องจากไม่ได้รับการอนุมัติจากเจ้าหน้าที่ของไทยในช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งเอื้อแก่การดำเนินโครงการ ทั้งการขนส่งอุปกรณ์ และการสำรวจทางวิทยาศาสตร์
"สมศักดิ์" ระบุหาก “นาซา” ถอนโครงการสำรวจอากาศในไทย ไม่จำเป็นเปิดประชุมเพื่อถกอีก
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนน์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ทางรัฐบาลยังไม่มีการประสาน เรื่องขอเปิดประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณากรณีที่อนุญาตให้องค์การนาซา เข้าใช้พื้นที่สนามบินอู่ตะเภา เพื่อเป็นฐานการสำรวจอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 179 มายังตน และไม่ทราบว่าจะประสานมาเมื่อใด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ทางเวปไซต์ของนาซา ระบุว่า ได้ยกเลิกโครงการดังกล่าวในประเทศไทยแล้ว นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยท่าทีตกใจว่า “จริงหรือครับ ถอนไปแล้วหรือไม่ เป็นเรื่องที่น่าเสียดายครับ”
เมื่อถามต่อว่า หากนาซายกเลิกโครงการ ยังมีความจำเป็นที่ต้องเปิดการประชุมเพื่อพิจารณาประเด็นดังกล่าวหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า “หากเขายกเลิกไปแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดประชุมอีก แต่เขายกเลิกไปแล้วจริงหรือ? น่าเสียดาย"
"พร้อมพงศ์"เล็งยื่นเอาผิด"มาร์ค-คุณหญิงกัลยา"ลงนามร่วมนาซ่าไม่ผ่านครม.
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นาซ่ายกเลิกการใช้อู่ตะเภาโดยไม่รอครม.หรือการพิจารณาของรัฐสภาไทยว่า เป็นสิ่งที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่คนไทยและประเทศไทยต้องเสียโอกาสที่เกิดจากการเล่นเกมของฝ่ายค้านและฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ทำให้รัฐบาลต้องมีมติส่งเรื่องให้รัฐสภาพิจารณา นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังโยนบาปมายัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและครม. ว่ารัฐบาลเล่นเกม ทำเป็นประเด็นการเมือง ซึ่งไม่เป็นความจริง เรื่องนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และรัฐบาลไม่ได้นำมาเป็นประเด็นการเมือง เพราะรัฐบาลชุดนี้เล่นการเมืองไม่เก่ง แต่เน้นบริหารบ้านเมืองเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ไม่เน้นเล่นเกมการเมืองเพื่อเอาชนะคะคานกัน เหมือน นายอภิสิทธิ์ และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ตนอยากจะย้อนถาม นายอภิสิทธิ์ ว่า ในสมัยที่เป็นผู้นำรัฐบาลที่ผ่านมา เอกสารการลงนามในแถลงการณ์ร่วมระหว่างสถาบันพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศหรือจิสด้า ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับนาซ่า มีขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายน 2553 โดยมีคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เป็นเจ้ากระทรวงในขณะนั้น แต่โครงการนี้ไม่นำเข้าหารือในครม. จึงอยากถามว่าสิ่งที่ทำนั้นรมว.วิทยาศาสตร์ฯ รู้เห็นด้วยหรือไม่ ถ้าไม่รู้เห็นทำไมจึงไม่ออกมาคัดค้าน และนายอภิสิทธิ์ทำไมไม่ดำเนินการหรือคัดค้านเหมือนตอนนี้ แสดงให้เห็นว่านายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ ใช้ประเด็นนาซ่าเป็นเกมการเมืองเพื่อทำลายรัฐบาลเท่านั้นใช่หรือไม่
"ตนและทีมกฎหมายกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิด รมว.วิทยาศาตร์ฯ และครม.ชุดนายอภิสิทธิ์ที่ไม่ดำเนินการทักท้วง เพราะถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม มาตรา 157 ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าตนจะยื่นฟ้องเอาผิดและจะตรวจสอบต่อไปเพื่อให้ประชาชนได้เห็นข้อเท็จจริงว่า ใครทำให้คนไทยเสียโอกาส เพื่อให้เป็นคดีตัวอย่างและไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอย่างนี้อีก อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้พี่น้องประชาชน นักวิทยาศาสตร์ และนักวิชาการ ได้เห็นพฤติกรรมของนายอภิสิทธิ์และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ว่า ควรจะต้องประณามที่ทำให้ประเทศไทยและคนไทย 60 กว่าล้านคนเสียโอกาส ในการที่จะได้ประโยชน์จากโครงการนี้ และทำให้นานาชาติขาดความเชื่อมั่นในประเทศไทยจากการคัดค้านอย่างไม่มีเหตุผลหรือไม่ด้วย" นายพร้อมพงศ์ กล่าว
สถานทูตสหรัฐ ออกแถลงการณ์ยัน"นาซ่า"ไม่สามารถหยุดงานวิจัยเมฆในปี 55 นี้แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ระบุว่าองค์การนาซ่า ไม่สามารถดำเนินการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในปี 2555 นี้ได้ เนื่องจากไม่มีเวลาพอที่จะตระเตรียมสำหรับสำรวจสภาพอากาศ และบรรยากาศซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม ถึงกันยายนเท่านั้น
ทั้งนี้ ในแถลงการณ์ ระบุอีกว่า โครงการ The Southeast Asia Composition, Cloud, Climate Coupling Regional Study (SEAC4RS) เน้นการวิจัยศึกษาปรากฏการณ์ในชั้นบรรยากาศที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลในภูมิภาคนี้ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนเท่านั้น ดังนั้นโครงการจะมีขึ้นได้ก็ต้องเริ่มต้นในช่วงกลางเดือนสิงหาคมของปี 2555 นาซ่าต้องการเวลาที่พอเพียงในการตระเตรียมรายละเอียดของโครงการต่างๆ อาทิ การขนส่งเครื่องมือจากทวีปอเมริกาเหนือ การตระเตรียมโรงจอดเครื่องบิน การพัฒนาห้องแล็บวิจัย และการเตรียมการสำหรับบุคลากร
อย่างไรก็ตา แถลงการณ์ ระบุว่า เป็นเรื่องน่าเสียดายที่โอกาสที่สำคัญของนักวิทยาศาสตร์จากทั้งนาซ่า และฝ่ายไทยจะได้งานร่วมกันในการจัดเก็บข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ต้องสูญเสียไปเพราะมันสำคัญต่อทั้งไทย สหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม เรา ยังคงยึดมั่นต่อพันธกรณีในความร่วมมือระหว่างไทยกับสหรัฐฯในด้านวิทยาศาสตร์ สาธารณสุข สิ่งแวดล้อมและด้านอื่นๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับประชาชนของสองประเทศร่วมทั้งของประเทศอื่นๆ ด้วย นอกจากนี้ ยังบอกว่า มันเร็วเกินไปที่จะบอกว่าทรัพยากรต่างๆ จะมีเพียงพอที่โครงการนี้จะกลับมายังประเทศไทยในปีหน้าหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ไม่มีเครื่องมืออุปกรณ์ของนาซ่าอยู่ในประเทศไทย แม้ว่าเครื่องมือบางส่วนกำลังเดินทางไปที่นั่น แต่มันจะถูกเรียกกลับไปยังสหรัฐ
“ชวนนท์” แฉ กระบอกเสียงรัฐบาลจีน เผยนาซ่าใช้เครื่องสอดแนมบินสำรวจภูมิอากาศ
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ได้มีสื่อของรัฐบาลประเทศจีนคือ ซีซีทีวี (CCTV) ได้รายงานข่าวการประชุมครม.ของไทยเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.55 ที่ครม.มีมตินำเรื่องที่นาซ่าขอใช้สนามบินอู่ตะเภาเข้าสู่ที่ประชุมร่วมรัฐสภา ทำให้โครงการนี้ดำเนินการในปีนี้ไม่ได้ นอกจากนี้ทางซีซีทีวี ยังรายงานด้วยว่า เครื่องบินที่นาซ่านำมาใช้ในการสำรวจภูมิอากาศเป็นเครื่องบินที่สมรรถนะสูง คือ เครื่องบิน ER2 ที่เป็นเครื่องบินที่ใช้สอดแนม สามารถบินในเพดานบินที่สูงมาก ไม่สามารถควบคุมตรวจสอบได้ โดยเฉพาะเรดาร์ของประเทศในแถบเอเชียไม่สามารถตรวจจับการบินได้ สิ่งเหล่านี้ทำไม พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ไม่ไปชี้แจงกับประเทศจีน รวมถึงข้อสังเกต 6 ข้อของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทางรัฐบาล ฝ่ายความมั่นคงและผู้เกี่ยวข้องก็ยังไม่ได้ทำความเข้าในในเรื่องนี้ แบบนี้คือคนที่ไม่ใช่ลูกผู้ชาย ทำให้ชาติเสียหาย เพราะลูกผู้ชายทำผิดก็ต้องรับผิด
2 คนร้านปล้นห้างทอง ตำรวจเร่งไล่ล่า
เหตุการณ์คนร้ายใช้ปืนสงครามและปืนลูกซองพกบุกจี้ร้านทองอุกอาจรายนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 27 มิ.ย. พ.ต.ต.สมมาตร สังข์ทอง สารวัตรเวร สภ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งมีคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามบุกจี้ชิงทองที่ห้างทองงามศิลป์ ตั้งอยู่เลขที่ 152/9 ถนนสุขาภิบาล เขตเทศบาลเมืองทับสะแก จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบและพร้อมด้วย พ.ต.อ.ภิศุภท์ ศุกระศร ผกก.สภ.ทับสะแก นำกำลังรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นตึกแถวคูหาเดียวติดกับธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาทับสะแก พบกระจกหน้าร้านแตกกระจายเกลื่อน มีนางจิฎากาญจน์ เพาะพูนธนะกิต อายุ 53 ปี เจ้าของร้านทองรออยู่ในร้านในอาการตื่นตระหนก
ทั้งนี้ นางจิฎากาญจน์เปิดเผยเหตุการณ์ว่า ขณะเกิดเหตุตนทำงานอยู่หลังร้าน มี น.ส.ตูตา สมศรี อายุ 30 ปี ลูกจ้างในร้านทำงานอยู่หน้าร้านเพียงลำพัง มีคนร้าย 2 คน นุ่งกางเกงยีนส์สวมเสื้อแจ็กเกตสีดำเหมือนกันทั้ง 2 คนขี่รถ จยย.ฮอนด้าซีดี 400 ซุปเปอร์โฟร์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาจอดหน้าร้าน แล้วบุกจู่โจมเข้ามาในร้านใช้สเปรย์พริกไทยฉีดใส่หน้า น.ส.ตูตา ทันทีจนเกิดอาการปวดแสบตาวิ่งหนีเอาตัวรอด แล้วคนร้ายกระโดดข้ามเคาน์เตอร์เข้ามา กวาดทองรูปพรรณที่แขวนไว้ในตู้โชว์ ระหว่างนั้นนายวีระพงษ์ กลิ่นชู อายุ 35 ปี หลานชายเจ้าของร้านทองอยู่บ้านติดกันเห็นเหตุการณ์รีบคว้าปืนพก 9 มม. เข้ามากระหน่ำยิงใส่ 1 ใน 2 คนร้ายเข้าบริเวณลำตัว 7 นัดซ้อน จนคนร้ายมีอาการสะดุ้งเซถลาแต่กระสุนไม่เข้า คาดว่าคนร้ายน่าจะใส่เสื้อเกราะ และคนร้ายใช้ปืนลูกซองยิงสวน 1 นัด แต่นาย วีระพงษ์หลบทันกระสุนพลาดแป้าไปอย่างหวุดหวิด
จากนั้นคนร้ายช่วยกันเก็บกวาดทองรูปพรรณจำนวน 3 ถาด น้ำหนักรวม 250 บาท มูลค่าประมาณ 6 ล้านบาทเศษ ใส่กระเป๋าสะพายที่เตรียมมาแล้ววิ่งออกไปที่หน้าร้าน ใช้ปืนคาร์บินยิงขึ้นฟ้า 1 นัดเพื่อข่มขู่ไม่ให้ใครติดตามแล้วขึ้นรถ จยย.ที่สตาร์ตเครื่องทิ้งไว้ขี่หลบหนีออกไปทางถนนเพชรเกษมอย่าง รวดเร็วมุ่งหน้าไปทาง ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาสอบสวนติดตามจับกุมคนร้าย
ต่อมา พล.ต.ต.วิเชียร ตันตะวิริยะ ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับรายงานเหตุการณ์จี้ร้านทองที่เกิดขึ้นได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ฉัตรชัย เรียนเมฆ รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทับสะแก ออกติดตามไล่ล่าพร้อมวิทยุสกัดจับคนร้าย ล่าสุดยังไม่พบวี่แววคนร้ายทั้งคู่แต่อย่างใด อย่างไร ก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสคนร้ายแล้ว.
www.dailyworldtoday.com
เด รอสซี่ ปัดข่าวลือ ไม่ได้มีปากเสียงกับ บาโลเตลลี่
แดนิเอเล เด รอสซี่ ปราการหลังทีมชาติอิตาลี ปัดข่าวลือที่อ้างว่า ตนกับ มาริโอ บาโลเตลลี่ หัวหอกเพื่อนร่วมชาติมีเรื่องทะเลากันจนถึงขั้นตะโกนโหวกเหวกใส่กัน โดยเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสนามระหว่างการแข่งขันกับอังกฤษนั้น แค่มีการขึ้นเสียงกันเท่านั้น เนื่องจากสนทนากันในระยะทางที่ห่างไกลกัน
แข้งจอมแกร่งจากโรม่า ถูกพบเห็นว่า มีตะโกนโหวกเหวกกับ มาริโอ บาโลเตลลี่ หัวหอกของทีมระหว่างครึ่งแรกของการแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้ายกับอังกฤษ ซึ่งทีมเป็นฝ่ายชนะจุดโทษผ่านเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายมาได้ โดยเจ้าตัวยอมรับว่า มีขึ้นเสียงกันแต่ไม่ได้มีเรื่องกับมาริโอ บาโลเตลลี่ โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงแค่การสนทนาซึ่งใช้เสียงดังกว่าปกติ เนื่องจากอยู่ห่างไกลกันในสนาม และปัดข่าวลือที่อ้างว่า ทั้งสองเข้าไปมีเรื่องกันต่อในห้องแต่งตัวหลังจบครึ่งแรก
"บางทีเราอาจตะโกนเสียงดังมากไป เพราะ เรามีอดรีนาลีน และมีเสียงรบกวนจากผู้ชมในสนามอื้ออึงไปหมด เราอยู่ไกลกัน คุณอาจต้องขึ้นเสียงดัง แต่เราไม่มีปัญหากัน"
"เรื่องที่มีการทะเลากันนั้น มันไม่ได้เป็นเรื่องแบบนั้น เราเข้าไปในห้องแต่งตัวและคุยกันเรื่องสิ่งที่ควรทำในครึ่งหลัง และมาริโอ ก็ทำได้ดีในครึ่งหลัง ผมคิดว่าเขาเล่นได้ดีในเกมกับอังกฤษ" เด รอสซี่ กล่าว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา มีเอนอช น้องชายของบาโลเตลลี่ เดินทางมาเยี่ยมพี่ชายจอมแสบในแคมป์ซ้อมของอิตาลี ซึ่งเซซาเร่ ปรันเดลลี่ กุนซือของทีมก็ยืนยันว่าไม่มีปัญหากับเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ ปรันเดลลี่ ยังเตือนเยอรมันด้วยว่า คนที่ควรจะต้องระวังไม่ใช่ บาโลเตลลี่ แต่เป็นอันเดรีย ปิร์โล่ ห้องเครื่องตัวเก๋าของทีมที่เป็นหัวใจสำคัญของอิตาลีในการเล่นเกมรับ และเกมรุก
หุ้นไทยคึกคัก นักลงทุนออกมากระตุ้นเก็งกำไร
ปัจจัยยังเอื้อตลาดหุ้นเมื่อวานนี้คึกคักเหนือความคาดหมาย เนื่องจากเริ่มมีข่าวดีให้ลุ้น โดยนักลงทุนคาดหวังการประชุมอียูซัมมิทที่จะเกิดขึ้นปลายสัปดาห์นี้ และอาจจะมีมาตรการกระตุ้นความเชื่อมั่นออกมากระตุ้นให้เกิดการเก็งกำไร ไม่เฉพาะตลาดหุ้นไทยเท่านั้น โดยตลาดหุ้นทั่วโลกเขียวขจีกันหมด
ดัชนีเมื่อวานนี้ปิดที่ 1,165.98 จุด เพิ่มขึ้นกว่า 14 จุด มูลค่าการซื้อขาย 31,000 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 156 ล้านบาท
บรรยากาศการซื้อขายที่คึกคักขึ้น ทำให้ได้ลุ้นอีกครั้งว่าดัชนีจะไต่ระดับต่อเนื่องจนใกล้ 1,200 จุด แต่ปัจจัยสนับสนุนในเชิงรูปธรรมก็ยังไม่มี นอกจากความคาดหวังข่าวดี ซึ่งไม่รู้จะเกิดขึ้นหรือไม่จากการประชุมอียูซัมมิท และหากไม่มีมาตรการที่กระตุ้นความเชื่อมั่นออกมา ตลาดหุ้นก็อาจจะกลับสู่ความซบเซา เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากเฟด และกลุ่มจี 20 ไม่มีมาตรการใหม่ออกมา
อย่างไรก็ตาม สำหรับตลาดหุ้นวันนี้ยังมีโอกาสเดินหน้าได้ต่อ เพราะปัจจัยภายนอกเอื้ออำนวย ตลาดหุ้นยุโรปขยับขึ้นกันกว่า 1% ดาวโจนส์บวก 92 จุด ขณะที่ตลาดหุ้นย่านเอเชียขานรับปรับตัวขึ้นเล็กน้อย และส่งผลบวกต่อบรรยากาศการซื้อขายของตลาดหุ้นไทย ทำให้ดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีก
แต่สำหร้บนักลงทุนเชื่อว่า ยังรอจังหวะขายมากกว่าซื้อ เพราะรอบนี้ไม่กล้าไล่หุ้นกันเท่าไหร่ เพราะไม่มั่นใจว่าขึ้นจะขึ้นรอบใหญ่ จึงใช้กลยุทธ์ ลงซื้อ ขึ้นขาย ซึ่งใช้ได้ผล เพราะรอบนี้ทำกำไรได้ เมื่อวานก็ขายทำกำไรกันแล้ว และวันนี้ถ้าตลาดปรับตัวขึ้นต่อก็คงขายทำกำไรกันอีก เพราะเป็นช่วงจังหวะที่น่าขายมากกว่าไล่ซื้อ
manager.co.th
นาโต้ประณามซีเรีย เหตุยิงเครื่องบินตุรกีตก
องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต้) ประณามซีเรียที่ยิงเครื่องบินขับไล่ของตุรกีตกว่า เป็นการกระทำที่ไม่สามารถยอมรับได้ และขอให้ดำเนินมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้อีก
นายอันเดอร์ส ฟอกห์ ราสมุสเซน เลขาธิการนาโต้ เป็นผู้แถลงมติดังกล่าวหลังการประชุมเอกอัครราชทูต 28 ชาติของนาโต้ ที่กรุงบรัสเซลส์ ตามที่รัฐบาลตุรกีร้องขอให้จัดประชุมฉุกเฉินขึ้น จากการที่ตุรกีเป็นหนึ่งในชาติสมาชิกนาโต้
แถลงการณ์ระบุว่า นาโต้ขอประณามอย่างรุนแรงต่อการกระทำที่ไม่สามารถยอมรับได้นี้ และพันธมิตรนาโต้ขอแสดงความสนับสนุนและเป็นหนึ่งเดียวกับตุรกี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างว่าทางการซีเรียไม่ใส่ใจต่อบรรทัดฐานสากล สันติภาพ ความมั่นคง และชีวิตมนุษย์ นาโต้จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและด้วยความกังวลอย่างยิ่ง
นาโต้ไม่ได้ระบุว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะนำไปสู่การดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ส่วนเจ้าหน้าที่ตุรกีระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เรียกร้องให้นาโต้ดำเนินมาตรการใดๆ
คำร้องของตุรกีที่ให้นาโต้จัดประชุมฉุกเฉินครั้งนี้นับเป็นเพียงครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ 63 ปีของนาโต้ ที่ชาติสมาชิกยืนคำร้องเช่นนี้ในกรณีที่เห็นว่าประเทศของตนถูกคุกคามด้านความมั่นคง และการที่ตุรกีเลือกยื่นคำร้องโดยยึดมาตราที่ 4 ของกฎบัตรนาโต้ ไม่ใช่มาตราที่ 5 ซึ่งหมายถึงการขอให้นาโต้สนับสนุนด้านกำลังทหาร แสดงว่าขณะนี้ตุรกีต้องการเพียง “เตือน” เพื่อนบ้านที่เคยมีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เพราะไม่ต้องการให้ข้อพิพาทครั้งนี้ลุกลาม
ขณะที่นายราสมุสเซนบอกว่า ในที่ประชุมนาโต้ไม่มีการพูดถึงมาตราที่ 5 และเขาเชื่อว่าสถานการณ์จะไม่ลุกลาม นอกจากนี้ยังหวังว่าซีเรียจะพยายามอย่างจริงจังที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก
ด้านนายกรัฐมนตรีเรเจพ เทย์ยิพ เออร์โดกัน ของตุรกี เตือนซีเรียไม่ให้สร้างความขัดแย้งขึ้นใหม่ โดยกล่าวว่า การเคลื่อนไหวทางทหารจากพรมแดนซีเรียที่จะเข้าใกล้ตุรกี ซึ่งเสี่ยงต่อความปลอดภัยและอันตราย จะถูกประเมินว่าเป็นภัยคุกคามทางทหาร และจะถูกตอบโต้ด้วยมาตรการทางทหารเช่นเดียวกัน
ตุรกีเคยมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับซีเรียก่อนที่ชาวซีเรียจะลุกฮือขึ้นต่อต้านรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด แต่หลังจากที่นายอัสซาดใช้กำลังปราบปรามพลเรือนจนมีผู้เสียชีวิตกว่า 15,000 คน ในช่วง 16 เดือนที่ผ่านมา นายเออร์โดกันได้ประณามนายอัสซาดหลังจากเรียกร้องให้เขายุติปฏิบัติการรุนแรงไม่เป็นผล และขณะนี้ตุรกีได้ให้ที่พักพิงแก่กองกำลังฝ่ายกบฏซีเรียเสรี และยังให้ที่ลี้ภัยแก่ชาวซีเรีย 32,000 คน ในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศที่ติดกับซีเรีย หรือห่างจากจุดที่เครื่องบินตุรกีถูกยิงตกราว 30 กิโลเมตร ขณะที่ตุรกีปฏิเสธว่าไม่ได้จัดส่งอาวุธให้ฝ่ายกบฏในซีเรีย
มีคำถามว่า การที่นาโต้สนับสนุนตุรกีครั้งนี้จะส่งผลให้นาโต้ใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อซีเรียเหมือนในกรณีลิเบียหรือไม่ คำตอบในขณะนี้คือคงไม่ใช่ เพราะนาโต้ตระหนักดีว่าซีเรียเผชิญสงครามภายในที่รุนแรงอยู่แล้ว จึงไม่ต้องการให้เกิดสนามรบแห่งใหม่ขึ้นอีก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของตะวันออกกลางทั้งหมด
ที่มา หนังสือพิมพ์โลกวันนี้รายวัน ปีที่ 13 ฉบับที่ 3323 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2555 คอลัมน์ โลกต่างมุมมอง โดย คณาภพ ทองมั่ง
เหตุซ้ำซาก งานบั้งไฟระเบิดตกใส่คนดู เสียชีวิต
กรณีเกิดอุบัติเหตุบั้งไฟระเบิดตกใส่ผู้ชมที่มาเที่ยวงานประเพณีบุญบั้งไฟ ของอบต.หนองกุงใหญ่ อ.กระนวน จ.ขอนแก่นทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ ( 26 มิ.ย.) นางศิริยากร ภาษีราช อายุ 39 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสกะโหลกศีรษะเปิด และถูกไฟลวกตามร่างกายได้เสียชีวิตลงหลังจากส่งตัวไปรักษาต่อที่โรง พยาบาลศูนย์ขอนแก่น ญาติจึงเคลื่อนย้ายศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านเลขที่ 28 หมู่12 บ้านผักหนาม ต.หนองกุงใหญ่ อ.กระนวน
นายไกรสร กองฉลาด นายอำเภอกระนวน กล่าวว่า สำหรับการจุดบั้งไฟนั้นทางผู้จัดงานคือ คณะกรรมการ ผู้นำท้องถิ่นตำบลหนองกุงได้ทำการจัดขึ้นทุกปี ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่า การจัดงานนั้นเป็นงานบุญประเพณีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยจะมีการแจ้งให้ทราบว่ามีการจุดบั้งไฟเท่านั้น ซึ่งทางหน่วยงานกรมการปกครองจะทำการประสานไปยังหน่วยบิน หรือ ฝูงบินของกองทัพอากาศที่อยู่บริเวณใกล้ให้ทราบเท่านั้น หลังเกิดเหตุตนจึงกำชับผู้นำท้องถิ่นให้ช่วยเข้มงวดเกี่ยวกับความปลอดภัยผู้ที่มาเที่ยวงาน และความปลอดภัยของตัวบั้งไฟโดยจัดโซนอันตรายไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปใกล้ รัศมี 50 เมตร อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจะเป็นช่วงที่ ชาวบ้านกรูเข้าไปชมบั้งไฟในระยะใกล้ขณะที่กำลังจะพุ่งทยานสู่ท้องฟ้า เมื่อเกิดเหตุระเบิดขึ้นจึงพากันวิ่งหนีหาที่หลบ โดยผู้เสียชีวิตได้เข้าไปหลบใต้ต้นจามจุรี ห่างจากฐานจุดบั้งไฟ 20 เมตร ทำให้กิ่งต้นจามจุรีหักลงมาฟาดศีรษะเสียชีวิตสำหรับบั้งไฟกือ (ขนาด10ล้าน) ดังกล่าวเป็นของนายกู้เกียรติ สารสมัคร นายก อบต.หนองกุงใหญ่ มีทีมจุดบั้งไฟจากอ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด ซื้อมาในราคา เจ็ดหมื่นบาทและได้ทำประกันอุบัติเหตุไว้ซึ่งจะทำการตรวจสอบบริษัทประกันอีกทีหนึ่งว่าเป็นบริษัทใด ปีหน้าตนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น เพราะว่าขนาดของบั้งไฟใหญ่เกินไป โดยจะต้องปรับขนาดให้พอเหมาะตามประเพณีดั้งเดิม และจะต้องไม่มีการพนันมาเกี่ยวข้อง เพราะบางพื้นที่มีการจุดบั้งไฟนอกฤดูกาลมีการพนันมาเกี่ยวข้อง ซึ่งงานประเพณีบุญบั้งไฟยังไม่มีกฏหมายมารองรับที่ชัดเจนเกี่ยวกับการขออนุญาตจุดบั้งไฟ และอีกอย่างมาตรฐานของช่างในการผลิตบั้งไฟยังไม่มีการรับรอง ซึ่งตนเองจะทำการประชุมผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหามาตรการบังคับในอนาคตข้างหน้า และได้รายงานให้ทางจังหวัดรับทราบเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้แล้วด้าน พ.ต.อ.ชาตรี ปรีชากุล ผกก.สภ.กระนวน เปิดเผยว่าจากการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องพบว่า เกิดจากความประมาทของผู้ผลิตบั้งไฟ จนเกิดอุบัติเหตุขึ้น จึงต้องรอญาติผู้เสียชีวิตเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องขณะนี้ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนประสานไปยังญาติผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ และกรรมการจัดงาน เจ้าของบั้งไฟ กรรมการจุดบั้งไฟ มารับทราบข้อกล่าวเพื่อประกอบสำนวนต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับการจัดงานบุญบั้งไฟครั้งนี้ประธานเปิดงานคือ ส.ส.จตุพรเจริญเชื้อ พรรคเพื่อไทย เขต 3 ขอนแก่น ซึ่งการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟแต่ละปี บางที่จะอ้างว่างานประเพณีจะมีการเล่นการพนันบั้งไฟมีวงเงินหมุนเวียนวันละกว่าหลายล้านบาท โดยจับเวลาตั้งแต่เริ่มจุด จนไปถึงลับปลายยอดทิวไม้ ซึ่งกรรมการจะใช้ 3-4 คน นำกล้องส่องทางไกลเป็นอุปกรณ์การตัดสิน มีผู้บรรยายให้นักพนันทราบว่าแต่ละบั้งจะกำหนดราคาตั้งแต่ต้นจนลงถึงพื้นกี่วินาที จากนั้นนักพนันจะพนันกันว่าบั้งไฟดังกล่าวจะสูงกว่า หรือต่ำกว่าราคาที่กลางที่เปิดไว้
ขณะเดียวกันเมื่อช่่วงบ่ายวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา ได้เกิดอุบัติเหตุ " บั้งไฟหมื่น" ลุกติดไฟพุ่งเข้าชนชาวบ้าน ในงานประเพณีบุญบั้งไฟ บวงสรวงเจ้าปู่ เจ้าพ่อหลักเมืองอาจสามารถ และบวงสรวงพญาแถนขอฝน ที่บริเวณป่าระหว่าง 3 หมู่บ้าน คือ บ้านอาจสามารถ บ้านหนองแวง และบ้านหนองขาม มีผู้เสียชีวิต เป็นคนดูถูกบั้งไฟชนตัวขาดครึ่งท่อนเสียชีวิตคาที่ 1 ศพ และ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จากการระเบิดจำนวนกว่า 25 คน โดยสาเหตุเกิดจากเจ้าของบั้งไฟใช้แส้ทำความสะอาดรูดินปืน และเกิดเกิดเปลวไฟขึ้นในรูดินปืน จนเกิดความร้อนและสะเก็ดไฟทำให้บั้งไฟทำงานขึ้นโดยอัตโนมัติ ก่อนพุ่งขนานไปกับพื้นเข้าหากลุ่มคนที่เดินทางมาชมงานที่พยายามวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่นและเกิดระเบิดสนั่นหวั่นไหวจนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ต่อมาช่วงเย็นวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.อาจสามารถได้ติดตามจับนายทรงศักดิ์สราญคาม เจ้าของบั้งไฟ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีในข้อกล่าวหา กระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย บาดเจ็บ และบาดเจ็บสาหัส ด้านนายสำราญ นามเดช นายกเทศมนตรีเทศบาล ต. อาจสามารถ กล่าวว่า ได้ทำประกันภัยหมู่เอาไว้ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ตาย และผู้บาดเจ็บซึ่งเกิดจากงานบุญบั้งไฟในวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท และนับเป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุรุนแรงในประเพณีการจุดบั้งไฟของ อ.อาจสามารถ ที่ทำกันมาเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว อย่างไรก็ตามตนได้รับรายงานว่าได้เกิดอุบัติเหตุบั้งไฟระเบิดที่แท่นจุดเป็นครั้งที่ 2 ภายในงานบุญบั้งไฟดังกล่าวทำให้ นายสมบูรณ์ แถวสาบุตร อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112 หมู่ 1 ต.โหรา อ.อาจสามารถ ได้รับบาดเจ็บช้ำใน ขั้นอาการสาหัส เนื่องจากถูกแรงอัดของอากาศขณะดินปืนจากบั้งไฟระเบิด ถูกนำส่ง รพ.อาจสามารถเพื่อรักษาตัว โดนชาวบ้านหลายคนพากันวิพากษ์วิจารณ์ว่า สาเหตุที่เกิดเหตุการณ์รุนแรงในงานบุญบั้งไฟของ อ.อาจสามารถ อาจเกิดจากคณะกรรมการจัดงาน ไม่จัดหมอลำซิ่งไปแสดงที่หน้าต้นยางนาขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นที่สิงสถิตของวิญญาณเจ้าปู่ เช่นทุกปีที่เคยจัดมา ทำให้วิญญาณเจ้าปู่เกิดพิโรธ จึงเกิดเหตุร้ายแรงถึงขนาดบาดเจ็บสาหัสเสียชีวิต เพื่อเป็นการตักเตือนและสั่งสอน.
บทความที่ได้รับความนิยม
-
เป็นเรื่องที่กระทบต่อภาพลักษณ์อย่างใหญ่หลวง คดีคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์และแทง น.ส.สมิธ มิเชล อลิซซาเบท อายุ 59 ปี เจ้าของบริษัทนำเที่ยวใหญ่ของ...
-
นายชูชาติ กีฬาแปง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกับองค์กรดิออลเพื่อสังคม (The All for Society) ทำโครงกา...
-
เครือข่ายนักวิชาการเพื่อผู้บริโภค มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จาก นิตยสารฉลาดซื้อ ฉบับที่ 136 ประจำเดือน มิถุนายน 2555 การแข่งขันฟ...
-
เชฟโรเลต โซนิค เวอร์ชั่นนอทช์แบ็ค 4 ประตูคันแรก เสร็จสมบูรณ์ออกจากสายการผลิตของศูนย์การผลิตรถยนต์เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย จังหวัดระยองแล...
-
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า วันนี้ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด *1 ได้จัดพิธีฉลองการส่งออกรถยนต์นั่งขนาดเล็กรุ...
-
การสาธารณสุข หมายถึงการป้องกันและรักษาโรค ทำนุบำรุงให้ประชาชนมีสุขภาพพลานามัยที่ดี มีความสุขสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อ...
-
นักท่องเที่ยวโดนอีก! 2 โจรเชียงใหม่วิ่งราวแหม่มสาวอาสาสมัครชาวอเมริกันกลางถนน จ.ภูเก็ต ตำรวจโร่แจงผู้ว่าฯ เหตุ 4 ล้อเล็กฟาดหัวนักท่องเที่ยว ...
-
สตาร์วูด เอเชีย แปซิฟิก เป็นเจ้าภาพจัดงานครั้งยิ่งใหญ่เพื่อต้อนรับ Meier’s Weltreisen - Far East Live Seminar 2012 จากประเทศเยอรมัน ซึ่งในปี...
-
ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีปริมาณการผลิตข้าวสูงสุดเป็นอันดับ 1 และเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก จากการสำรวจข้อมูลพบว่าข้าวที่ผลิตในป...
-
ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ประกาศคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน ภายในประเทศ (National IFS) แก่บริษัท อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์...






