วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

นายกฯ ขานรับไทยเข้าสู่อาเซียน

วันที่ 28 ก.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ออกรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน” ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กล่าวถึงผลการมาเยือนประเทศไทยของพล.อ.เต็งเส่ง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า ว่า ได้ผลเป็นอย่างดี และมีการเซ็นเอ็มโอยูร่วมกันพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย เพื่อประโยชน์เศรษฐกิจการค้าแบบไร้ขีดจำกัด และจะเป็นการพัฒนาร่วมกันไปสู่การเปิดประชาชมอาเซียน

นอกจากนี้ยังได้มีร่วมกันพัฒนาด่าน 3 ด่านเพื่อเป็นด่านถาวร ประกอบด้วย ด่านกิ่วผาวอก จ.เชียงใหม่ ด่านบ้านห้วยต้นนุ่น จ.แม่ฮ่องสอน และด่านบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรีและจะมีการพัฒนาร่วมกัน เพื่อทำให้การค้าระหว่างประเทศดี

ขณะเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังได้กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมก้าวไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนว่า รัฐบาลเริ่มประชุมเวิอร์ช็อปมาแล้ว และเห็นว่าทุกหน่วยงานมีการเตรียมความพร้อมไปบ้างแล้ว เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอีก 3 ปีข้างหน้า ดังนั้น จึงต้องมีการวางแผนแม่บท เพื่อร่วมมือกันพัฒนาให้แข็งแรง โดยเฉพาะด้านการค้าหรือเรียกว่าการเปิดเสรีด้านการค้า และการเปิดเสรีทางด้านแรงงาน ขณะที่กลุ่มประเทศยุโรปเกิดการผันผวน นักลงทุนหันมามองหาการลงทุนในประเทศของกลุ่มอาเซียนมากขึ้น ดังนั้น จะต้องดูว่าเราจะต้องทำอย่างไรให้คนของเรา ทั้งภาคเอกชน และประชาชนเข้าใจ ว่าในอนาคตเราจะทำงานกับประเทศเพื่อนบ้านและเราต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง.



www.dailynews.co.th

โครงการ “อาร์ต อิน พาราไดซ์ คอนเทสต์ 2012” วาดภาพตามโจทย์

ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ร่วมกับ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ บริษัท เพนเทล (ประเทศไทย) จำกัด จัดโครงการ “อาร์ต อิน พาราไดซ์ คอนเทสต์ 2012” (Art in Paradise Contest 2012) เปิดโลกสีสันและจินตนาการ เปิดโอกาสให้น้องๆ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 จากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ได้มีเวทีสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวม 2 แสนบาท โดยจัดให้มีการประกวดรอบชิงชนะเลิศไปแล้วเมื่อเร็วๆ นี้ ณ รอยัล พาร์ค พลาซ่า ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค

กิจกรรมในรอบแรกนี้ได้รับความสนใจจากน้องๆ เยาวชนทั่วประเทศส่งผลงานเข้าร่วมประกวดกว่า 235 คน เป็นระดับมัธยมต้น 170 คน ระดับมัธยมปลายจำนวน 65 คน จากนั้นคณะกรรมการได้ทำการคัดเลือกจนเหลือผู้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศเพียง 59 คน โดยทุกคนต้องโชว์ฝีมือการวาดภาพสร้างสรรค์ผลงาน ในเวลาที่จำกัดเพียง 3 ชั่วโมง ภายใต้โจทย์ที่คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมอบให้สดๆ ในวันงานในหัวข้อ “พาราไดซ์ พาร์ค เปิดโลกแห่งสีสัน เปิดโลกแห่งจินตนาการ” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกกับการประกวดด้วยวิธีการเช่นนี้ น้องๆ ทุกคนต่างขมักเขม้นในการสร้างสรรค์ผลงานอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะเป็นโจทย์ที่ได้รับสดๆ ทำให้น้องๆ ไม่ได้เตรียมตัวไว้ก่อน แต่ทุกคนก็สามารถสรรค์สร้างผลงานได้อย่างดี สร้างความหนักใจให้กับคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย รศ.กมล เผ่าสวัสดิ์ อาจารย์ประจำสาขาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, อ.สุมาลี เอกชนนิยม อาจารย์ประจำคณะศิลปะวิจิตร สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม, อ.ศุภศิษย์ นามโภชน์ อาจารย์ประจำกลุ่มสาระศิลปะโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยวิโรฒประสานมิตร, นายปรียวิศว์ นิลจุลกะ ศิลปินอิสระและนักร้องนำวง Instinct และ นายภัทรวิศว์ วิศิษฎ์ทองสริต ผจก.ฝ่ายศิลป์และตกแต่ง บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เป็นอย่างยิ่ง

โดยผลงานที่ชนะใจคณะกรรมการจนคว้ารางวัลชนะเลิศในระดับมัธยมต้น ได้แก่ ด.ช.ฐานุกรณ์ ชูประพันธ์ นักเรียนชั้น ม.1 ร.ร.ลาดทิพรสพิทยาคม จ.นครสวรรค์, รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ด.ญ.วรรณนิดา บุณเย็น นักเรียนชั้น ม.3 ร.ร.สตรีศรีสุริโยทัย กรุงเทพฯ รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ด.ญ.ขวัญจิรา นิตยาธารีกุล นักเรียนชั้น ม.2 ร.ร.เบญจมราชานุสรณ์ จ.นนทบุรี ส่วนรางวัลชนะเลิศระดับมัธยมปลาย ได้แก่ น.ส.ศิริกานต์ จิตรวานิชกุล นักเรียนชั้น ม.4 ร.ร.สตรีศรีสุริโยทัย กรุงเทพฯ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ น.ส.ศิลารัตน์ เชยชื่น นักเรียนชั้น ม.6 ร.ร.สตรีศรีสุริโยทัย กรุงเทพฯ, รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ นายนิธิกร บุญอักษร นักเรียนชั้น ม.6 ร.ร.บุญวัฒนะ จ.นครราชสีมา

นอกจากนี้ยังมีรางวัลพิเศษเทคนิคการใช้สีดีเด่นระดับมัธยมต้น-ปลาย รวม 7 รางวัล พร้อมรางวัลพิเศษ “The Jury Price” ได้แก่ นายวีรยุทธ วงศ์ศีดา นักเรียนชั้น ม.6 ร.ร.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว อีก 1 รางวัล ทั้งนี้ผู้ชนะเลิศทั้งสองประเภท จะได้รับสิทธิ์ในการส่งผลงานเข้าร่วมประกวดงาน “The 43rd International Children’s Drawing Contest” ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ด.ช.ฐานุกรณ์ ชูประพันธ์ เจ้าของรางวัลชนะเลิศ ระดับมัธยมต้น กล่าวความรู้สึกว่า “วันนี้รู้สึกกดดันด้วยเวลาที่จำกัด และต้องวาดภาพให้ตรงกับหัวข้อที่กำหนด โดยแนวคิดแรกเลยคือต้องจินตนาการให้แปลกแตกต่างไปจากที่เคยพบเห็น ที่สำคัญภาพต้องออกมาดูสวย มีสีสัน ตัวเองได้เน้นการใช้สีที่หลากหลาย และใช้เทคนิคการไล่สีด้วย เพราะมองแล้วนึกถึงโลกที่มีแต่ความสนุกสนาน จึงถ่ายทอดออกมาเป็นภาพ ดินแดนแห่งความสนุก ครับ”

ด้าน น.ส.ศิริกานต์ จิตรวานิชกุล เจ้าของรางวัลชนะเลิศ ระดับมัธยมปลาย กล่าวว่า “ดีใจที่ได้เข้าร่วมประกวดในครั้งนี้ เพราะหัวข้อเปิดกว้างมากจึงทำให้เราเกิดไอเดียสร้างสรรค์ได้ไม่จำกัด ตนเองคิดว่าควรนำเสนอภาพวาดที่แสดงให้เห็นถึงแนวความคิดแบบอิสระ แต่ต้องตรงตามหัวข้อที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งให้เวลาเพียง 3 ชั่วโมง เพราะปกติการวาดภาพทั่วไปต้องใช้เวลาพอสมควร แต่ก็ตั้งใจทำให้ได้ดีที่สุด จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจสร้างสรรค์ผลงานชื่อ โลกแห่งความฝันพาราไดซ์ พาร์ค ค่ะ”

สำหรับ รศ.กมล เผ่าสวัสดิ์ อาจารย์ประจำสาขาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะกรรมการ ให้ความเห็นเกี่ยวกับ โครงการ “อาร์ต อิน พาราไดซ์ คอนเทสต์ 2012” ว่า “เป็นโครงการที่น่าสนับสนุนให้มีอย่างต่อเนื่องเพราะเด็กๆ ได้มีพื้นที่แสดงออกและเปิดมุมมองใหม่ทางด้านศิลปะ สำหรับการตัดสินครั้งนี้ค่อนข้างยาก คณะกรรมการต้องดูความสมบูรณ์ของชิ้นงาน ความคิดสร้างสรรค์ อยากชื่นชมเด็กทุกคนว่ามีความสามารถมาก ด้วยเงื่อนไขของเวลาที่จำกัดเพียง 3 ชั่วโมง มีทั้งความกดดัน ทุกสิ่งทุกอย่าง เด็กโชว์ฝีมือได้ขนาดนี้ต้องขอบอกว่ายอดเยี่ยมมาก”

“อาร์ต อิน พาราไดซ์ คอนเทสต์ 2012” (Art in Paradise Contest 2012) จึงถือเป็นอีกหนึ่งเวทีที่สนับสนุนให้เยาวชนได้แสดงออกถึงความสามารถผลงานทางด้านศิลปะ เพราะศิลปะช่วยในการฝึกสมาธิ ความคิดสร้างสรรค์ พร้อมก้าวสู่โลกแห่งจิตนาการอย่างไม่สิ้นสุด



www.banmuang.co.th

ททท. ตั้งเป้าเที่ยวเมืองไทย

นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ร่วมกับบริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด จัดงาน Amazing Thailand Grand Sale Fair 2012 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ ททท.ได้ขานรับนโยบายของรัฐบาลที่ประมาณการให้ในปี 2558 จะเกิดรายได้จากการท่องเที่ยวจำนวน 2 ล้านล้านบาท สามารถนำเสนอความหลากหลายของสินค้า และบริการในราคาพิเศษที่สร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ ได้จับจ่ายใช้สอยในช่วงเดือน มิ.ย.-ส.ค. ของทุกปี และเป็นการส่งเสริมเชิงธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว

ขณะเดียวกันยังเป็นการเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในช่วงกรีนซีซั่นของประเทศไทย โดยภายในงานได้รวบรวมผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าและบริการมากมายมาร่วมจำหน่ายสินค้าในราคาพิเศษ อาทิ เสื้อผ้าแฟชั่น สินค้าแบรนด์เนมชั้นนำ สินค้าหัตถกรรม รวมถึงอาหาร ของฝาก และแพ็กเกจท่องเที่ยว โรงแรม ที่พัก สายการบิน สำหรับกิจกรรมไฮไลท์ “มนต์เสน่ห์แห่งขนมไทยและผลไม้สร้างชื่อ” ที่รวบรวมขนมไทยโบราณหาทานได้ยาก และผลไม้ที่มีชื่อเสียง อย่างไรก็ตาม คาดว่าการจัดงาน Amazing Thailand Grand Sale Fair 2012 ครั้งนี้ จะมีเงินสะพัดภายในงานประมาณ 200 ล้านบาท และมีผู้เข้าชมงานไม่ต่ำกว่า 100,000 คน นอกจากนี้ ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทยจำนวน 10.4 ล้านคน ซึ่งถือว่าเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ ส่วนช่วงครึ่งปีหลัง ททท.ได้มีความมั่นใจว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้ามาไม่น้อยกว่าปีที่แล้ว



www.banmuang.co.th

เฮฮา ประสาททหาร

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่านพบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์เก็บตกข่าวฮาประสาทหาร ตรงกับวันเสาร์ที่ 28 ก.ค.หลังจากเกิดเหตุการณ์ “คาร์บอมบ์” หน้าร้านโปรคอมพิวเตอร์ ด้านหลังโรงแรมเก็นติ้ง กลางเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.กอ.รมน.) พร้อมด้วย พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการทหารบก ในฐานะ เลขาธิการ กอ.รมน. และ นายทหารระดับสูงของกองทัพบก ได้เดินทางลงพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อแก้ไขปัญหาและเยี่ยมผู้บาดเจ็บทันที .....ก่อนจะลงพื้นที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า “ความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนรอมฎอนของทุกปี ที่ผ่านมาผู้ก่อเหตุได้ปลุกระดมให้สมาชิกสร้างเหตุการณ์ให้มีผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่และกระบวนการของรัฐให้มากที่สุด เพราะมีความเชื่อว่า ผู้กระทำความรุนแรงในช่วงพิธีบุญจะได้ขึ้นสวรรค์ ซึ่งเป็นคำสอนที่ผิด ขณะนี้ผู้นำศาสนาอิสลามได้เข้ามาช่วยทำความเข้าใจแล้วว่า เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาภาคใต้เราทราบดีว่า เกิดจากอะไร แต่บางครั้งการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ทั้งหมด ความจริงต้องให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และต้องช่วยกันอย่าไปโฆษณาให้เครดิตผู้ก่อเหตุ อย่างน้อยไม่ต้องชมเจ้าหน้าที่แต่อย่าตำหนิให้มากนัก ไม่เช่นนั้นคนจะท้อแท้กันหมด” ....ทั้งนี้ข่าวล่าสุดทางกองทัพบกได้ดำเนินการจัดซื้อเครื่องตรวจสารระเบิดไฟโด้ (Fido) เพิ่มเติมจำนวน 4 เครื่อง ในราคาเครื่องละ 2 ล้านบาท ซึ่งผ่านขั้นตอนการทดสอบตามแคตตาล็อกทุกประการ โดยได้รับการรับรองจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรมสรรพาวุธทหารบก ผู้ชำนาญการจากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) จากเดิมกองทัพบกมีเครื่องตรวจสารระเบิดไฟโด้ ใช้จำนวน 7 เครื่อง แต่เป็นรุ่นเก่า ใช้มานานตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบันก็ยังใช้งานอยู่โดยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดหรือ EOD และชุดเฉพาะกิจอโนทัย ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี ....การที่จะทำให้สถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ลดความรุนแรงลงนั้น รัฐบาลจะต้องยอมรับความเป็นจริงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกคนพยายามคิดว่า เป็นเรื่องของการพยายามแบ่งแยกดินแดน ซึ่งความเป็นจริงแล้วไม่สามารถที่จะแบ่งแยกดินแดนได้ แต่เป็นเรื่องของการก่อการร้าย ดังนั้นทุกหน่วยงานของรัฐจะต้องปรับแผนในการดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รัฐบาลควรที่จะปรับเปลี่ยนหน่วยงานด้านความมั่นคงโดยเฉพาะกำลังคนให้ลดน้อยลง เหลือเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น แล้วให้คนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ของตนเอง ซึ่งมีทั้ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. อบจ.และภาคประชาชน ที่คนเหล่านี้จะเข้ามาช่วยกันดูแลจัดระเบียบสังคมกันเอง ...

.แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะปกครองในระบอบประชาธิปไตยและประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการเข้ามามีบทบาทต่อการบริหารจัดการการปกครองทุกระดับก็ตาม หน่วยงานของรัฐต้องเข้ามามีส่วนร่วมในบางส่วนตามทฤษฎีการปกครอง หรือ ตามหลักการการปกครองในบางส่วนเท่านั้น เพราะถ้ามากเกินไปจะทำให้เกิดความขัดแย้ง เกิดความไม่เป็นธรรม จนกลายเป็นเงื่อนไขของสถานการณ์ต่อไป.....ดังนั้นใครที่ไม่รู้ หรือ รู้ไม่จริงก็ถอยออกไป จะได้ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบเสียที ....หลังจากที่มีข่าวปล่อย ข่าวลือกันมานานว่า การปรับ ครม. “ยิ่งลักษณ์ 3” โดยเฉพาะตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นั้น กระแสข่าวจะหนาหูขึ้นทุกวันว่า ประเทศไทยจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (หญิง) คนแรก เสียแล้ว ซึ่งก็ไม่รู้ว่า คนที่ (จะเข้ามา) และ คนที่ (ให้เข้ามา) คิดอะไร...??? กับกองทัพกันแน่ เพราะหากมองกันในเรื่องของความรู้ ความสามารถทางทหารแล้วคนที่มาใหม่แทบจะไม่มี แต่ที่ แน่ ๆ อ้างว่า มาเพื่อสร้างความสมานฉันท์ระหว่างรัฐบาลกับกองทัพให้มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเพื่อให้การทำงานราบรื่นไม่สะดุด เหตุเพราะไม่มีความรู้เรื่องทางทหาร จึงจำเป็นจะต้องเพิ่มตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมขึ้นมาเพื่อช่วยทำงานแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยมีชื่อของ พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเข้าชิงตำแหน่งนี้.....จะมี รมว.กลาโหม (หญิง) ก็คราวนี้....??? ....ใกล้จะถึงฤดูกาลโยกย้ายนายทหารปลายปีกันแล้ว อยู่ ๆ นายกรัฐมนตรี ได้เรียก “บิ๊กโอ๋” พล.อ.อ.สุกำพล พร้อมด้วย พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้ช่วย ผช.ผบ.ทอ. เข้าหารือที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยข่าวบอกว่า เป็นการหารือเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างของกองทัพ รวมทั้งติดตามผลงานการดำเนินงานต่าง ๆ ของกองทัพบกและกองทัพอากาศ เพื่อสอบถามผลการปฏิบัติงานในช่วงที่ผ่านมา และติดตามข้อมูลการบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม นอกจากนี้ยังมีข่าวว่า มีการพูดคุยเกี่ยวกับการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารประจำปีนี้ด้วย....ช่างบังเอิญว่า ผู้ที่เข้าไปหารือกับนายกรัฐมนตรี คนหนึ่งเป็นแคนดิเดตว่าที่ปลัดกระทรวงกลาโหม ส่วนอีกคนเป็นแคนดิเดต ว่าที่ ผบ.ทอ. อะไรจะบังเอิญขนาดนี้....??? ....ในการประชุมสภากลาโหมที่ผ่านมา “บิ๊กโอ๋” พล.อ.อ.สุกำพล ได้ขอให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ สนับสนุนโครงการปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มหาราชินี เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 พร้อมทั้งน้อมนำแนวพระราชดำริมาใช้เป็นแนวทาง และต้องการเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วม มีความรัก และหวงแหนในผืนป่าของแผ่นดิน ....ปิดท้ายงานพระราชทานเพลิงศพ พลตรี ประทวน กิตติรัต บิดาของ พลอากาศตรี อนิรุท กิตติรัต เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในวันอาทิตย์ที่ 29 ก.ค. 2555 เวลา 17.00 น. ณ เมรุ 1 ฌาปนสถานกองทัพอากาศ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน กรุงเทพฯ.

www.dailynews.co.th

วิธีทำไทยมีความสุข ดับความทุกข์

วันนี้เป็นวันมหามงคลของพสกนิกรชาวไทย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา ข้าพระ-พุทธเจ้า นสพ.ไทยรัฐ ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระพรชัยมงคล ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน พระพุทธเจ้าข้าเวลา 07.00 น. นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 161 รูป ณ ท้องสนามหลวง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เวลา 23.30 น. มีพิธี เจริญพระพุทธมนต์ข้ามคืน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลนอกจากการถวายพระพรแล้ว ผมเห็นว่าสิ่งที่จะทำให้ สมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสบายพระทัยที่สุดก็คือ การทำให้ประชาชนมีความสุข ประเทศมีความสุข คนไทยรักกัน ไม่ทะเลาะ เบาะแว้งฆ่าฟันกันวันเสาร์สบายๆ ในวันมหามงคลวันนี้ ผมจึงไปค้นหนังสือธรรมะเพื่อนำมาเล่าสู่กันฟัง ก็ไปพบหนังสือชื่อ พุทธทาสในทางการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดย คุณอรุณ เวชสุวรรณ หนังสือเล่มนี้ได้ลงปาฐกถาพิเศษของ คุณทักษิณ เรื่อง “พุทธทาสที่ข้าพเจ้ารู้จักในทางการเมือง” ซึ่งพูดไว้เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2542 เป็นปาฐกถาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ผมจึงขอนำบางส่วนบางตอนมาเล่าสู่กันฟังครับคุณทักษิณบอกว่า “ผมอยากให้คนไทยทุกคน ชาวพุทธทุกคน ได้มีโอกาสเห็น พระพุทธเจ้า ดังที่พระพุทธองค์ได้เคยตรัสกับพระวักกลิว่า “ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา” เพราะฉะนั้น การเห็นธรรมจึงถือเป็นหัวใจสำคัญมากของสังคม ไม่ว่าจะเป็นสังคมใดโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สังคมไทยทุกวันนี้ เป็นสังคมที่วิกฤติในหลายด้าน เรากำลังต้องการธรรมะที่ถูกต้อง ไม่ต้องการธรรมะที่เป็นลักษณะบิดเบือนหรือชักจูงไปในทางที่ผิด เราต้องการธรรมะที่ทำให้คนไทยสามารถดับทุกข์ได้ โดยคนไทยปราศจากซึ่ง ตัวกูของกู คือการปราศจากกิเลสนั่นเอง...”“...ท่านพุทธทาสได้มองการเมืองว่า การเมืองคือธรรมะ ธรรมะคือการเมือง เพราะการเมืองเป็นหน้าที่ การเมืองคือการจัดให้คนในสังคมหมู่มากได้อยู่กันอย่างสันติ โดยไม่ต้องใช้อาชญา มันตรงกับทฤษฎี Social contract theory หรือทฤษฎีสัญญาประชาคมที่นักปราชญ์รุ่นเก่าอย่าง มองเตสกิเออร์,รุสโซ, จอห์น ล็อค ฯลฯ ได้พูดไว้...สิ่งที่ท่านมักเน้นโดยวกเข้าสู่การเมืองคือ ธรรมะเป็นความถูกต้อง ที่อยู่บนรากฐานของความไม่เห็นแก่ตัว ความไม่เห็นแก่ตัว เป็นรากฐานที่สำคัญของประชาธิปไตย ถ้าผู้คนในระบอบประชาธิปไตยมีความเห็นแก่ตัว

ท่านบอกว่าจะเป็นประชาธิปไตยในแบบที่เรียกว่า ประชาธิปตายคนเราถ้าขาดคุณธรรมแล้วสังคมจะยุ่งเหยิง การเมืองที่มีธรรมะคือการเมืองของสัตบุรุษ ท่านยังบอกว่า สภานั้นคือที่ชุมนุมของสัตบุรุษ หรือที่ชุมนุมของนักการเมืองที่มีธรรมะ แต่ถ้าสภาใดมีการทะเลาะกัน ด่าทอกัน หรือทำลายล้างกัน มัวแต่ปกป้องผลประโยชน์ของตนนั้น ไม่น่าจะเป็นการเมืองของสัตบุรุษ ที่นั้นจึงไม่น่าจะเรียกว่าสภา...”คุณทักษิณ ได้พูดถึงหนังสือ Danger of I หรือ อันตรายซึ่งตัวกู และบอกว่า เคยป่วยเป็นโรคทางวิญญาณ ช่วงที่เป็นรองนายกฯ โดยภรรยาเป็นคนบอกว่าป่วย “ป่วยตรงนั้นคือ ผมมีคำว่า Self ภาษาละตินเรียกว่า Ego ภาษากรีกเรียกว่า เซนทีกอน ที่แปลว่า Center คือคนที่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง คนที่มีความรู้สึกเป็นตัวกู ของกู” จึงได้ไปหาแพทย์ที่ชื่อ พระอิสระมุนี รักษาจนหาย และ “ตาสว่างเลยครับ”แล้ว คุณทักษิณ ก็สรุปในตอนท้ายของปาฐกถาอย่างน่าฟังว่า“เพราะฉะนั้น ถ้านักการเมืองทุกคนสามารถหยุด ตัวกูของกู ปราศจากตัวกูของกูได้ ประเทศชาติจะมีความสุขมาก ถ้าเราทำอะไรเพื่อคนอื่น เพื่อเพื่อนร่วมทุกข์ ร่วมเกิด ร่วมแก่ ร่วมเจ็บ ร่วมตายได้นั้น ย่อมทำให้สังคมมีสุขและสันติสุขตลอดไป” สาธุ ขอฝากต่อไปยังนักการเมืองและคนไทยทุกคนครับ.

www.thairath.co.th

วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

นิชคุณ ซดน้ำเมาหนัก เหตุรถชน

สื่อเกาหลีใต้กัดไม่ปล่อย! ตามสืบความจริงกรณีอุบัติเหตุรถชนของนักร้องดัง พบ "พยานใหม่" อ้าง "นิชคุณ" ซื้อเครื่องดื่มบางประเภทดื่มเพื่อลดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดก่อนที่ ตร.จะมาถึงที่เกิดเหตุ...

กลายเป็นประเด็นฮอตตลอดทั้งสัปดาห์ จากกรณีที่นักร้องชื่อดังสัญชาติไทย นิชคุณ แห่งทูพีเอ็ม ประสบอุบัติเหตุขับรถยนต์โฟล์คสวาเกนชนรถจักรยานยนต์ จนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 24 ก.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) บริเวณสี่แยกถนนกังนัม ของเกาหลีใต้ หลังจากที่นักร้องดังร่วมงานเลี้ยงของบริษัทต้นสังกัด และได้ดื่มเบียร์ไป 2 แก้ว ส่งผลให้การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดอยู่ที่ 0.056% ทำให้เขาถูกระงับใบอนุญาตขับขี่นั้น

ประเด็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ กลายเป็นสิ่งที่สื่อเกาหลีใต้จับจ้อง และตามสืบสาวราวเรื่องอย่างหนัก แม้ว่าตัวนักร้องดังได้ออกมาทวีตข้อความขอโทษผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และแฟนคลับถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว อีกทั้งทางต้นสังกัดเจวายพีฯ ก็ได้ดำเนินการพักงานทุกอย่างเพื่อให้นักร้องดังได้มีเวลาพัก และทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ดี ยังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนแดนกิมจิถึงอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างหนาหู และพยานบุคคลใหม่ก็ก่อบังเกิดขึ้นอีกครั้ง โดยพยานบุคคลใหม่อ้างว่า เขาเห็นนิชคุณเดินเข้าร้านสะดวกซื้อภายหลังที่อุบัติเหตุเกิดขึ้น และได้ทำการซื้อเครื่องดื่มจำนวน 2 ขวด "ฉันคิดว่านักร้องดังน่าจะรู้ว่าเครื่องดื่มประเภทไหนที่จะช่วยลดเปอร์เซ็นต์ของแอลกอฮอล์ในเลือดลงได้หากเขาดื่มมันก่อนที่จะมีการตรวจวัด" อย่างไรก็ตาม พยานบุคคลใหม่ไม่สามารถบอกถึงประเภทของเครื่องดื่มที่นิชคุณเลือกซื้อมาบริโภค

ขณะที่สำนักข่าวทีวีเอ็น ช่วงอี-นิวส์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบตามคำบอกเล่าของพยานใหม่ และนำเสนอออกอากาศเมื่อวันที่ 26 ก.ค. โดยพยานคนหนึ่งอ้างว่า ทันทีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น นิชคุณได้ก้าวออกมาจากรถในสภาพตกใจเข่าทรุด และคล้ายว่าที่ดวงตาของเขามีน้ำตาไหลออกมาประหนึ่งว่าเขากำลังอธิษฐาน ซึ่งนักร้องดังอยู่ในอาการตื่นตกใจอย่างเห็นได้ชัด และมีอาการหวาดกลัวยืนกระสับกระส่าย

สำนักข่าวรายงานต่อว่า พยานดังกล่าวยังกล่าวถึงกรณีที่อ้างว่านิชคุณลงไปซื้อเครื่องดื่มบริโภคก่อนที่จะมีการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ว่า "ฉันไม่แน่ใจว่าผู้จัดการของนิชคุณได้พูดอะไรกับเขา แต่นักร้องดังได้เดินเข้าไปยังร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อเครื่องดื่มบางอย่างก่อนที่ตำรวจจะมาถึงยังที่เกิดเหตุ และเข้าทำการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของเขา"

พยานกล่าวต่อว่า "ข้อกังขาที่ว่านักร้องดังได้เข้าไปซื้อเครื่องดื่มเพื่อลดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดกระจ่างชัดขึ้น เมื่อมีการเปิดเผยว่านิชคุณได้ดื่มเบียร์ปริมาณหนึ่งก่อนที่อุบัติเหตุจะเกิดขึ้น และเหมือนว่าเมื่อคนขับขี่ จยย.ลุกขึ้นได้ นักร้องดังก็เดินทางกลับทันที หลังจากที่เห็นว่าเป็นนิชคุณ" ทั้งนี้ การสืบสาวราวเรื่องของสื่อเกาหลีใต้ยังไม่จบเพียงเท่านี้ เนื่องจากพวกเขากำลังมุ่งไปยังร้านอาหารที่บริษัทต้นสังกัดจัดงานเลี้ยง เพื่อสืบหาความจริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้.
 


m.thairath.co.th

แอมเวย์ ครบ 25 ปี เปิดตัว ต้นแบบคลังความรู้เคลื่อนที่

บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ฉลองครบรอบ 25 ปี จับมือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาของไทย เปิดตัวโครงการ “ห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทย” ต้นแบบคลังความรู้เคลื่อนที่ รวบรวมหนังสือสารานุกรมและเสริมทักษะความรู้รวม 100 เล่ม พร้อมอุปกรณ์การเรียนรู้ เพื่อส่งมอบไปทุกจังหวัดทั่วไทย หวังตอบแทนบุญคุณของสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง และขอเชิญชวนคนไทยร่วมเป็นเจ้าภาพจัดทำห้องสมุดเคลื่อนที่เพื่อเพิ่มจำนวนแหล่งการเรียนรู้แก่เยาวชนให้มากยิ่งขึ้น ตลอดจนเปิดให้โรงเรียนที่สนใจได้รับห้องสมุดเคลื่อนที่ สามารถส่งใบสมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

 

นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แอมเวย์ยึดมั่นในวัฒนธรรมองค์กรเพื่อตอบแทนบุญคุณของสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาได้ช่วยเหลือเด็กไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นแล้วกว่า 270,000 คนทั่วประเทศ สำหรับปีนี้ เพื่อสานต่อเจตนารมณ์การให้โอกาสทางการศึกษาและฉลองครบรอบการดำเนินธุรกิจ 25 ปีในประเทศไทย แอมเวย์จึงจัดกิจกรรมเพื่อสังคมกับโครงการ “ห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทย” แนวคิดต้นแบบคลังความรู้เคลื่อนที่ ซึ่งรวบรวมหนังสือสารานุกรมและหนังสือเสริมทักษะรวม 100 เล่ม พร้อมอุปกรณ์การเรียนรู้ เพื่อส่งมอบให้โรงเรียนที่ขาดแคลนในทุกจังหวัดทั่วไทย โดยเบื้องต้นแอมเวย์จัดทำห้องสมุดเคลื่อนที่จำนวน 77 ชุด เพื่อส่งมอบให้แก่โรงเรียนในแต่ละจังหวัด ภายใต้คำปรึกษาจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาของไทย คาดหวังที่จะให้เยาวชนไทยได้มีสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและช่วยส่งเสริมพฤติกรรมรักการอ่านอันเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาสติปัญญาต่อไป”

“ห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทย พัฒนาขึ้นมาจากแนวความคิดเรื่องนโยบายห้องสมุด 3 ดี คือ 1. หนังสือดี 2. บรรยากาศดี 3. บรรณารักษ์ดี ของกระทรวงศึกษาธิการ บนพื้นฐานที่จะนำคลังความรู้เคลื่อนที่ไปสู่โรงเรียนที่ขาดแคลน โดยห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทยจัดทำด้วยวัสดุไม้ที่มีความทนทานและสวยงาม ประกอบด้วยหนังสือสารานุกรมเล่มที่ 13-35 จำนวน 23 เล่ม และหนังสือเสริมทักษะ ที่เป็นหนังสือดีเด่นได้รับรางวัลจาก สพฐ. จำนวน 77 เล่ม รวมทั้งหมด 100 เล่ม และอุปกรณ์การเรียนรู้ติดตั้งพร้อมใช้ ได้แก่ โต๊ะสำหรับนั่งอ่านหนังสือ เก้าอี้ และชุดกระดานไวท์บอร์ด สามารถเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ต่างๆ ของโรงเรียนได้อย่างสะดวก ทำให้หนังสือไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องสมุดเสมอไป และนักเรียนยังสามารถเข้าถึงโอกาสทางการเรียนรู้ได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งแอมเวย์จะดำเนินการจัดทำห้องสมุดเคลื่อนที่เพื่อมอบแก่โรงเรียนทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นจำนวนรวม 77 ชุด”

“แอมเวย์ยังขอเชิญชวนผู้มีกุศลจิตที่ต้องการขยายโอกาสการเรียนรู้แก่เยาวชนไทยให้มากขึ้น สามารถร่วมเป็นเจ้าภาพการจัดทำห้องสมุดเคลื่อนที่เพิ่มขึ้นจากจำนวนการจัดทำของแอมเวย์ได้ในราคาชุดละ 40,000 บาท โดยแอมเวย์จะดำเนินการผลิตและจารึกชื่อของเจ้าภาพไว้บนห้องสมุดในฐานะผู้มอบคลังความรู้นี้ นอกจากนี้ สำหรับโรงเรียนที่ต้องการได้รับห้อง สมุดเคลื่อนที่ สามารถส่งใบสมัครแสดงความจำนงขอรับห้องสมุดได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2555 โดยเข้าไปโหลดใบสมัครที่ www.amwayshopping.com หรือที่แอมเวย์ ช็อป ทุกแห่ง บริษัทและตัวแทนจาก สพฐ. จะร่วมกันคัดเลือกโรงเรียนที่เหมาะสม และจะประกาศรายชื่อโรงเรียนที่ได้รับบริจาคในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2555 ผ่านทางเว็บไซต์ www.amwayshopping.com และหนังสือพิมพ์”

“ทั้งนี้ แอมเวย์ยังเปิดโอกาสให้ผู้สนใจสามารถมีส่วนร่วมในโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทยได้อย่างง่ายๆ ร่วมกับ 5 ดีเจชื่อดัง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ได้แก่ ดีเจอ้อย-นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล ดีเจเจ๊แหม่ม-วินัย สุขแสวง ดีเจนุ้ย-ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร ดีเจต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ และดีเจบุ๊คโกะ ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล ด้วยการกดโหวตดีเจที่ชื่นชอบผ่านเฟซบุ๊คแอพพลิเคชั่นใน www.facebook.com/amwaythailand ระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม - 24 กันยายน 2555 การกดไลค์ (Like) 10,000 ครั้งขึ้นไป/ 1 ดีเจ แอมเวย์จะจารึกชื่อของดีเจท่านนั้นร่วมกับแฟนเพจในฐานะผู้มอบห้องสมุดเคลื่อนที่ 1 แห่ง พิเศษสุด! สำหรับผู้ที่ร่วมสนุกกับโครงการนี้ แอมเวย์จะสุ่มเลือกผู้โชคดี 1 ท่าน เพื่อจารึกชื่อของท่านไว้บนห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทยอีก 1 แห่งในฐานะผู้มอบโอกาสทางการศึกษาแก่น้องๆ” นายกิจธวัชกล่าวในที่สุด

นายสนิท แย้มเกษร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า “สพฐ. มีหน้าที่ในการพัฒนาและส่งเสริมการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทยให้มีคุณภาพเทียบเท่าระดับสากล เพื่อให้ประเทศไทยกลายเป็นผู้นำด้านการศึกษาของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบัน สพฐ. มีโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา 183 เขตทั่วประเทศ ครั้งนี้ สพฐ. มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับแอมเวย์เพื่อขยายโอกาสทางการเรียนรู้แก่เด็กและเยาวชนไทยให้สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดย สพฐ. จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้โรงเรียนในสังกัดได้รับข้อมูลของโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปี แอมเวย์ไทยอย่างทั่วถึง พร้อมให้คำปรึกษาในการจัดโครงการจนกระทั่งโครงการสำเร็จลุล่วงสมดังเจตนารมณ์ เพื่อที่เด็กไทยทั่วประเทศจะสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น”



www.newswit.com

บทความที่ได้รับความนิยม