น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งกับโครงการเมกะโปรเจกท์ของรัฐบาลมูลค่า 3.5 แสนล้านบาท ในการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ซึ่ง ครม.เพิ่งเปิดให้เอกชนที่สนใจไปขอรับเอกสารข้อกำหนดรายละเอียด (ทีโออาร์) ในการเสนอกรอบแนวคิดเพื่อออกแบบก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย โดยโครงการนี้รัฐบาลเป็นผู้ให้เงินลงทุน ซึ่งเงินก้อนนี้เป็นการให้กระทรวงการคลังกู้ยืมจากสถาบันการเงินในประเทศเป็นหลัก และมีหลายบริษัทไปขอรับทีโออาร์แล้ว รายละเอียดของโครงการ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ แถลงชี้แจงไปแล้วว่า ภายในวงเงินมหาศาลนี้จะทำอะไรได้บ้าง แต่ที่ว่าน่าเป็นห่วงก็คือ บริษัทที่มาขอทีโออาร์ไปศึกษาก่อนที่จะยื่นซองประมูลงานนั้น มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการน้ำมากน้อยเพียงใด เพราะจากการเปิดเผยของ นายชูเกียรติ ทรัพย์ไพศาล หนึ่งในคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ก็ชัดเจนว่า บรรดาคณะกรรมการทั้งหลายใน กยน.ต่างถูกบริษัทเอกชนทาบทามให้ไปเป็นที่ปรึกษาเพื่อทำโครงการที่รัฐบาลกำลังจะเปิดประมูล ซึ่งนอกจากนายชูเกียรติแล้ว ยังมี นายปราโมทย์ ไม้กลัด และนายสมิทธ ธรรมสโรช ก็ได้รับการทาบทามและเสนอค่าตอบแทนให้ถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ที่น่าตกใจมากกว่าเม็ดเงินมหาศาลเพื่อขุด ก่อ ซ่อม สร้าง ทำลายล้างระบบนิเวศที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย เพียงเพราะอยากทำลายความกลัวน้ำท่วมใหญ่ที่รัฐบาลพยายามจะปลุกเร้าให้เกิดขึ้นตลอดเวลาและอ้างว่าได้ทำการศึกษามาอย่างกระจ่างถ่องแท้แล้วนั้น ช่างแตกต่างจากการศึกษาของ นายทอม ปีเตอร์สัน นักวิจัยขององค์กรการบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐ หรือ The National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA) เปิดเผยผลวิเคราะห์ผลกระทบทางธรรมชาติอันเกิดจากภาวะโลกร้อนฉบับล่าสุดเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ถึงสาเหตุการเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปีของไทย เมื่อปี 2554 ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดความผิดพลาดของการวางนโยบายของรัฐบาล ไม่ใช่ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นอันเป็นผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ผลงานวิจัยชิ้นนี้น่าจะเป็นคำถามตัวใหญ่ๆ ให้รัฐบาลกลับไปชั่งใจอีกครั้งว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีสิ่งก่อสร้างที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงด้วยเม็ดเงินมหาศาลเหล่านั้นหรือไม่ ในเมื่อมหาอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 นั้น มีแนวโน้มว่าจะเกิดจากความผิดพลาดในการบริหารจัดการน้ำ ไม่ใช่เพราะว่าธรรมชาติลงโทษ แทนที่จะไปเร่งใช้เงินจำนวนมหาศาล รัฐบาลน่าจะเอาบทเรียนที่ได้รับเร่งปรับปรุงระบบการบริหารจัดการน้ำเสียใหม่ให้ทันสมัย โดยที่ไม่ต้องไปทำลายสิ่งแวดล้อม ในเมื่อคนคือส่วนที่ผิดพลาดจากเหตุการณ์ครั้งนั้น การไปลงโทษธรรมชาติด้วยการทำลายสิ่งแวดล้อมมันถูกต้องที่ไหนกัน
www.komchadluek.net
วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
ผิดที่คนทำไมโทษธรรมชาติ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
บทความที่ได้รับความนิยม
-
รถตู้หมอชิต-ประจวบฯดิ่งข้างทาง2แม่ลูกดับ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหัวหิน เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้า อุบัติเหตุรถตู้โดยส...
-
ครั้งแรกของประเทศไทย พบพ่อแม่มือใหม่มีลูกแฝดถึง 6 คน โดยขณะนี้ลูกแฝดทั้ง 6 ปลอดภัยดี และมีอายุได้ 2 เดือนเศษ ร่างกายแข็งแรงดี เว้นแต่ลูกแฝดค...
-
สื่อเกาหลีใต้กัดไม่ปล่อย! ตามสืบความจริงกรณีอุบัติเหตุรถชนของนักร้องดัง พบ "พยานใหม่" อ้าง "นิชคุณ" ซื้อเครื่องดื่มบางปร...
-
มร.เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงข่าวจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์ระดับประเทศ "โตโยต้า...
-
รายงานภัยคุกคามด้านความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต (Internet Security Threat Report - ISTR) ของไซแมนเทค ฉบับที่ 17 เน้นย้ำรายละเอียดเกี่ยวกับการเป...
-
อุทกภัยในปลายปี 2554 ได้นำความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่มาสู่ประเทศไทย รวมทั้ง ภัยเศรษฐกิจซึ่งได้เข้ามาซ้ำเติมให้แก่ประชาชนอีกครั้ง ทำให้หลายๆ คนห...
-
นอกจากนี้ สวทช.ยังมีบทบาทสำคัญกำหนดเป้าหมาย และมุ่งมั่นพัฒนางานวิจัยให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงพัฒนางา...
-
อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. จับมือสโมสรฟุตบอลอินทรีเพื่อนตำรวจ หนุนแข้งเยาวชนไทยสัมผัสประสบการณ์ลูกหนังโลก กับโครงการ ‘2012 อลิอันซ์ จูเนียร์ ฟุต...
-
เปิดแล้วพิพิธภัณฑ์ภาพจิตรกรรมสามมิติแห่งเดียวในไทยที่เมืองพัทยา ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสงานศิลปะได้อย่างใกล้ชิด ถ่ายภาพกับภาพเขียนได้อิสระแป...
-
กรุงเทพฯ 27 พ.ค.- คนพิการตาบอดกว่า 200 คน ร่วมแปรอักษรเป็นรูปหน้ายิ้ม สื่อความหมายของการแบ่งปัน "ยิ้มสู้" ของคนตาบอดไทยเพื่อชาวโล...

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น