ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือ เพื่อนสนิทของมนุษย์ มีความเกี่ยวพันกับชีวิตประจำวันของเราทุกคนตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าจนเข้านอนในตอนกลางคืน
เป็นเวลาหลายปีแล้ว ที่พวกเราทุกคนเห็นและได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ...ภาวะโลกร้อน อุทกภัย วาตภัย ฯลฯ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าสาเหตุสำคัญมาจากมนุษย์เรา
เอ็กโก กรุ๊ป หรือ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) และอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เชื่อว่า ‘จิตสำนึก’ คือ หนทางที่จะรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่ยืนยาวที่สุด และช่วยเราทุกคนบรรเทาปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จึงได้มุ่งปลูกจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในใจ ‘เยาวชน...ต้นทางสังคมแห่งอนาคต’ ผ่านโครงการค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า มาตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งมีเยาวชนอายุระหว่าง 14-18 ปี ผ่านการฝึกอบรมรวมแล้วกว่า 2,500 คน
ในปีนี้ เอ็กโก กรุ๊ป และอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ได้ร่วมกับมูลนิธิไทยรักษ์ป่า จัดโครงการค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า รุ่นที่ 38 ขึ้น ภายใต้แนวคิด "ไขความลับธรรมชาติ แก้สมการ 4 ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ สู่ต้นกำเนิดไฟฟ้า" เพื่อดึงธรรมชาติของเยาวชนที่สนุกเล่น เรียนรู้ และค้นหาความจริง ไปร่วมไขความลับ ความหมาย และคุณของธรรมชาติ ตั้งแต่ "ดิน" ในฐานะแหล่งกำเนิดต้นไม้ พืชพันธุ์ และต้นกำเนิดแหล่งอาหารสำคัญของมนุษย์ "น้ำ" ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการหล่อเลี้ยงธรรมชาติ สร้างความชุ่มชื้นต่อสายใยชีวิตของพืช สัตว์ และคน "ลม" หรืออากาศ ในฐานะกลไกเชื่อมต่อระบบนิเวศ และ "ไฟ" อุณหภูมิและความร้อนที่ช่วยรักษาสมดุลให้ป่าไม้ ธรรมชาติ และสิ่งมีชีวิต
5 วัน 4 คืน ท่ามกลางห้องเรียนธรรมชาติขนาดใหญ่ของ ‘ป่าต้นน้ำ’ ดอยอินทนนท์ เยาวชนได้มีโอกาสเรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกัน ผ่านการสร้างค่ายพักแรม การหุงหาอาหารที่ทุกกลุ่มจะต้องบริหารอาหารสดและแห้งที่ได้รับการแจกจ่ายให้พอเพียงสำหรับใช้ตลอดการฝึกอบรม เรียนรู้การดำรงชีพในป่า การดูดาวตามหลักวิชาดาราศาตร์เพื่อการนำทางด้วยดวงอาทิตย์และดวงดาว การดูนกเบื้องต้น พร้อมๆ กับการสำรวจสิ่งมีชีวิตและศึกษาธรรมชาติอย่างใกล้ชิด โดยมีป่าและขุนเขาเป็นเสมือนห้องเรียน และมีสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติเป็นบทเรียน
ดร.สกุล พจนารถ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์และบริหารองค์กร เอ็กโก กรุ๊ป กล่าวว่า "เอ็กโก กรุ๊ป มีทัศนคติว่า ต้นทางดี จะก่อกำเนิดผลลัพธ์ปลายทางที่ดี เราจึงให้ความสำคัญในเรื่องต่างๆ ตั้งแต่ต้นทาง อย่าง ‘การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ’ ก็ถือว่าเป็นดูแลรักษาต้นทางชีวิตและต้นกำเนิดพลังงานของมนุษย์ เพราะเราจำเป็นต้องใช้น้ำในการอุปโภค บริโภคทุกวัน หรือ ‘การปลูกจิตสำนึกเยาวชน’ ก็ถือว่าเป็นต้นทางของสังคม ซึ่งพวกเขาจะเป็นกำลังสำคัญในการช่วยดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อไป"
"เมื่อเราค่อย ๆ ปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้กับเยาวชน ผ่านกระบวนเรียนรู้ทางด้านความคิด และประสบการณ์ตรงในห้องเรียนขนาดใหญ่บนพื้นที่ป่าธรรมชาติ เชื่อว่าเยาวชนจะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปบอกต่อ ถ่ายทอดเรื่องราวได้เป็นอย่างดี และสร้างเครือข่ายเยาวชนจากรุ่นสู่รุ่นต่อไป"
manager.co.th
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
บทความที่ได้รับความนิยม
-
เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็นมันนี่ ได้เผยแพร่คำอธิบายเกี่ยวกับปัญหาการปลอมแปลง การส่งรายงานจัดทำดอกเบี้ยเรียกเก็บระหว่างธนาคารในตลาดลอนดอน (ไลบอร์) ขอ...
-
อุทกภัยในปลายปี 2554 ได้นำความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่มาสู่ประเทศไทย รวมทั้ง ภัยเศรษฐกิจซึ่งได้เข้ามาซ้ำเติมให้แก่ประชาชนอีกครั้ง ทำให้หลายๆ คนห...
-
ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ได้รับเกียรติจากสมาคมการศึกษาเปรียบเทียบแห่งเอเชีย หรือ The Comparative Education Society of Asia(CESA) ในการจ...
-
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา ยื่นหนังสือประท้วง สหประชาชาติ และศาลโลก ว่ากำลังทหารพรานของประเทศไทย เข้าไปวา...
-
เมื่อเวลา 14.08 น. วันที่ 29 มิ.ย. ที่ห้องบอลรูม 2 ชั้น 4 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ถนนเพลินจิต แผนงานสร้างเสริมนโยบายสาธารณะที่ดี (นสธ.) สถ...
-
การแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ในปี พ.ศ. 255 นี้ จะจัดแข่งขันในวันที่ 15 – 24 กรกฎาคม 2555 ณ เมืองทาลินน์ ประเทศเอสโตเนีย โดยคณะผู้แ...
-
22 มิ.ย.- นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เชื่อมั่นว่า แม้อุตสาหกรรมหลัก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยายนต์ และชิ้นส่วน ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักในกา...
-
กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ร่วมกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง การบริหารการต...
-
เกียรติประวัติเพลงไทยพื้นบ้านสุพรรณบุรี นับเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับเพลงดีมีคุณค่าในวงการเพลงไทย ไม่ว่าจะเป็นเพลงลูกกรุงหรือเพลงลูกทุ่งอมตะ...
-
นอกจากนี้ สวทช.ยังมีบทบาทสำคัญกำหนดเป้าหมาย และมุ่งมั่นพัฒนางานวิจัยให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงพัฒนางา...

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น