กรุงเทพฯ 22 พ.ค. - นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา กนอ.ได้มีการประชุมร่วมกับสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงในการพิจารณาแผนการดำเนินการแก้ไขปัญหาทั้งหมด กรณีเหตุการณ์ระเบิดในพื้นที่บริษัท บีเอสที อิลาสโตเมอร์ส จำกัด และสารเคมีรั่วไหลในพื้นที่บริษัท อดิตยา เบอร์ล่า เคมิคัลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อนำข้อมูลและข้อเสนอแนะที่ได้มากำหนด มาตรการป้องกันวางเป็นกรอบการปฏิบัติในระยะเร่งด่วนต่อไป โดยเชื่อว่าจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มความปลอดภัยกับชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รอบนิคมฯ ได้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ กนอ. ยังเตรียมปรับปรุงประสิทธิภาพระบบการสื่อสาร เพื่อการกระจายข้อมูล ข่าวสาร และข้อเท็จจริงให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในพื้นที่มาบตาพุดคอมเพล็กซ์ ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้แทนชุมชน เทศบาลเมือง มาบตาพุด และชมรมประชาสัมพันธ์กลุ่มโรงงานนิคมฯ มาบตาพุด (MPR) ชมรมความปลอดภัย (RESA) กลุ่มเพื่อนชุมชน สื่อมวลชนท้องถิ่นเพื่อระดมความคิดเห็นในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะในประเด็นช่องทางการสื่อสารข้อมูลต่าง ๆ ไปยังกลุ่มชุมชนให้ได้รับทราบอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว ซึ่งหลายฝ่ายเห็นด้วยให้มีการพัฒนารูปแบบและวิธีการสื่อสาร ให้เกิดความเข้าใจอย่างถูกต้องและชัดเจน ไม่ตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงหน้าที่ความรับผิดชอบของบุคลากรในการปฏิบัติงานต้องมีศักยภาพในการสื่อสารให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย
“การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพจะต้องประกอบไปด้วยคุณภาพของบุคลากร ช่องทางการสื่อสารที่ตรงกับเป้าหมาย อุปกรณ์และเทคนิคในการสื่อสาร รวมทั้งการใช้ภาษาที่เข้าใจได้ง่ายและกระชับได้ใจความ ดังนั้นจึงเห็นว่าระบบการสื่อสารที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นสถานีกระจายข่าวด่วนในชุมชนต่าง ๆ จะต้องมีประสิทธิภาพ และกระจายได้ครอบคลุมในพื้นที่รอบมาบตาพุดคอมเพล็กซ์ทั้ง 33 ชุมชน ได้ทันสถานการณ์” นายวีรพงศ์ กล่าว
สำหรับการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น บริษัทบีเอสทีฯ ได้แสดงความรับผิดชอบต่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวอีก โดยการจ่ายค่าเล่าเรียนแก่บุตรของผู้เสียชีวิต ระดับอนุบาล-ประถมศึกษา รายละ 20,000 บาท มัธยมศึกษา รายละ 30,000 บาท ส่วนระดับอุดมศึกษา 50,000 บาท และ มีแนวทางการหางานให้ภรรยาผู้เสียชีวิตและเงินช่วยเหลือญาติด้วย. -สำนักข่าวไทย
www.mcot.net
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
บทความที่ได้รับความนิยม
-
เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็นมันนี่ ได้เผยแพร่คำอธิบายเกี่ยวกับปัญหาการปลอมแปลง การส่งรายงานจัดทำดอกเบี้ยเรียกเก็บระหว่างธนาคารในตลาดลอนดอน (ไลบอร์) ขอ...
-
อุทกภัยในปลายปี 2554 ได้นำความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่มาสู่ประเทศไทย รวมทั้ง ภัยเศรษฐกิจซึ่งได้เข้ามาซ้ำเติมให้แก่ประชาชนอีกครั้ง ทำให้หลายๆ คนห...
-
ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ได้รับเกียรติจากสมาคมการศึกษาเปรียบเทียบแห่งเอเชีย หรือ The Comparative Education Society of Asia(CESA) ในการจ...
-
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา ยื่นหนังสือประท้วง สหประชาชาติ และศาลโลก ว่ากำลังทหารพรานของประเทศไทย เข้าไปวา...
-
เมื่อเวลา 14.08 น. วันที่ 29 มิ.ย. ที่ห้องบอลรูม 2 ชั้น 4 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ถนนเพลินจิต แผนงานสร้างเสริมนโยบายสาธารณะที่ดี (นสธ.) สถ...
-
การแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ในปี พ.ศ. 255 นี้ จะจัดแข่งขันในวันที่ 15 – 24 กรกฎาคม 2555 ณ เมืองทาลินน์ ประเทศเอสโตเนีย โดยคณะผู้แ...
-
22 มิ.ย.- นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เชื่อมั่นว่า แม้อุตสาหกรรมหลัก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยายนต์ และชิ้นส่วน ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักในกา...
-
กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ร่วมกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง การบริหารการต...
-
เกียรติประวัติเพลงไทยพื้นบ้านสุพรรณบุรี นับเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับเพลงดีมีคุณค่าในวงการเพลงไทย ไม่ว่าจะเป็นเพลงลูกกรุงหรือเพลงลูกทุ่งอมตะ...
-
นอกจากนี้ สวทช.ยังมีบทบาทสำคัญกำหนดเป้าหมาย และมุ่งมั่นพัฒนางานวิจัยให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงพัฒนางา...

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น