วันอังคารที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ตั้งแต่นี้ไป (เริ่มแต่ ๖ พ.ค.๕๕) ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมแล้วครับ ทั้งภาพรวมในความเป็นประเทศ...

ตั้งแต่นี้ไป (เริ่มแต่ ๖ พ.ค.๕๕) ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมแล้วครับ ทั้งภาพรวมในความเป็นประเทศ ทั้งในภาพย่อยของความเป็นสังคมชาติ ทั้งโครงสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจ-การเมือง-การศาสนา แต่ไม่ใช่ปุบปับฉับพลัน หากแต่องค์รวมไทยที่เคลื่อน "ผิดทิศ-ผิดทาง" มา ๑๒ ปี จนบิดเบี้ยว "ผิดรูป-ผิดร่าง" เห็นชัดเจนใน ๖ ปีหลัง ทุกอย่าง...พี่น้องไทยจะค่อยๆ พ้นจากภาวะ "หน้ามืด-ตามัว" สติกลับคืนตัว แยกแยะได้ว่าไหน-กงจักร และ...ไหน...ดอกบัว!
แต่ไม่ต้องตกใจ และไม่ต้องถามซอกแซกลงรายละเอียด "ในอนาคต" ที่ยังมาไม่ถึง บอกให้สบายใจไว้คำก็แล้วกันว่า
ประเทศเราไม่ตกต่ำ ไม่เลวร้าย ไม่ล้าหลัง อย่างที่พวกไทย (สถุล) บางคนชอบเหยียบย่ำด้วยการยกเวียดนามบ้าง พม่าบ้าง อินโดนีเซียบ้าง กระทั่งเขมร มากระแนะกระแหนว่า แซงหน้าไทยเราไปหมดแล้ว!
ใครอยากแแซง ให้เขาแซงไป!
เขามี ๓ จี ๔ จี คุยกันไป-ถ่ายกันไป เห็นทั้งหน้า ทั้งก้น ก็ช่างเขา เขามีรถไฟความเร็วสูง มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใช้ ก็ยินดีกับเขาไป
ไม่ต้องกลัวว่าจะทำธุรกิจกอบโกยกำไรจากพวกนี้ช้ากว่าเขา ถึงขนาดให้พวกสาวๆ พิธีกรโทรทัศน์-เคเบิลบางช่องหยิบมากระแนะกระแหนบ้านเมืองตัวเองเป็นรายวัน สันดานอย่างนั้นไม่ดี-อย่าทำอีก!
โตที่ไม่มีรากฐาน เหมือนสร้างบ้านโดยไม่รอให้ดินที่ถมอัดตัวแน่นก่อน มันก็สร้างได้ แต่ไม่นานมันก็ทรุด และพัง ดูเวียดนามเป็นตัวอย่าง
เวลานี้เป็นไง ไอ้พวกบ้าวัดความเจริญผ่านวัตถุบำเรอฉาบฉวย จากสิ่งก่อสร้าง จากการลงทุนด้วย "เศรษฐกิจมักง่าย" และรวยจากละโมบกู้เงินมาเล่นหุ้น เราชอบยกเขามาเหยียบประเทศตัวเองกันดีนัก?!
ตอนนี้เวียดนามใกล้เหมือนเราตอนปี ๒๕๔๐ คือ "เศรษฐกิจฟองสบู่แตก" ของเราเรียก "ต้มยำกุ้ง ไครซิส" สำหรับเวียดนาม เงินเฟ้อต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว คนว่างงาน พวกตึก พวกคอนโดฯ สูง ถูกทิ้งร้างโด่เด่เหมือนเราตอนนั้นไม่มีผิด
หนีไม่พ้น "แหนมเนือง ไครซิส" ไปได้หรอก!
พวกเศรษฐกิจระบบทุน ตอนนี้เริ่มถอนเขี้ยวที่ฝังซอกคอดูดเลือดเวียดนามกันแล้ว เพราะเลือดใกล้แห้ง เราก็โดนมาแล้ว เพราะอยากเป็นนิก อยากเป็นเสือตัวที่ห้า ถ้าสังเกต "ถนนทุกสาย" ระบบทุน ตอนนี้ต่างมุ่งหน้าสู่พม่า เพราะเลือดสดๆ ยังสมบูรณ์
หลายวันก่อน ท่านคงจำกันได้ พวก ๓ เกลอตัวแสบ "อังกฤษ-ฝรั่งเศส-สหรัฐ" เอาตำแหน่ง "เสือเศรษฐกิจแห่งอาเซียน" ไปแต่งตั้งให้พม่าหน้าตาเฉยไปแล้ว
นั่นหมายความว่า พวกมันเลียปากที่แห้งผากแผล็บๆ ปูทางเดินหน้าหวัง "สูบเลือด" พม่าเต็มพิกัดแล้ว ภายใต้คำพูดหวังดีของจิ้งจอกเศรษฐกิจที่หิวโซว่า
"ความช่วยเหลือแลกเปลี่ยนกับสิทธิประโยชน์ในการลงทุน"!
อย่าไปนึกว่าเขาชื่นชมพม่าเป็นประชาธิปไตยแล้ว และอย่านึกเชียวว่าเขาอภิเชษฐ์นางอองซาน ซูจี นั่นมันแค่ "หน้ากากจิ้งจอก" มันอาศัยเป็นเงื่อนไขบังหน้า แสดงละครโลกตบตาชาวบ้านให้สมบทบาทเท่านั้นว่า ข้า...เป็นพวกอภิบาลรักษาระบอบประชาธิปไตย
แต่เนื้อแท้ มันก็แค่ชูนางอองซานเป็น "เครื่องมือ" ใช้อ้างนำทางเข้าไปทุบ หรือเข้าไปอุ้มพม่า สุดแต่ทางไหนจะ "ได้ประโยชน์" ตามที่พวกเขาต้องการเท่านั้น!
คำว่า "ลงทุน" ของพวกนี้ ต้องกะเทาะเปลือกให้ออก ความหมายลงทุนของพวกเขาคือ เข้าไปประกอบธุรกิจ "โกยทรัพยากรเนื้อๆ" ในประเทศนั้นๆ กลับไปบ้านพวกเขา ทิ้งเปลือก ทิ้งเศษเลยไว้ให้เลียนิดหน่อย
ในรอบ ๕๐ ปีที่ผ่านมา ไทยเราก็เหมือนละตินอเมริกาที่ถูกหลอกเอาเป็น "เมืองขึ้นเศรษฐกิจ" มาแล้วมิใช่หรือ เจ็บนี้ต้องจำกันไว้ให้ดี อย่างให้มันหลอก "ลอกทอง" ประเทศเรารอบ ๒ รอบ ๓ อีกเป็นอันขาด!
ทั้งป่าไม้ ทั้งแร่ธาตุ ทั้งพลังงาน ทั้งความอุดมของผืนดิน รวมทั้งรากฐานของ "จิตใจคนไทย" มันเอาคำว่าวัฒนธรรมตะวันตก เอาสังคมบริโภคเพื่อสนองตอบธุรกิจทุน และอุตสาหกรรมเครื่องจักรเพื่อการส่งออกมาหลอก "กินตับ" ไทยเรา
แล้ว "ลอก" เอาทั้งทรัพยากรวัตถุจากแผ่นดิน และเอาทรัพยากรคุณธรรม-ศีลธรรมจากจิตใจและสังคมไทยเราไปเรียบ ซึ่งถ้าเจ้า ๓ เกลอกลุ่มทุนโลกหวังดี ต้องการช่วยพัฒนาประเทศเราจริงๆ ละก็ มันก็รู้
ไทยเป็นแหล่งเกษตร ไทยมีพืชเกษตรเป็น "ทรัพยากรทุนหลัก" เพื่อการพัฒนา!
แต่กลับไม่สนับสนุนให้ทำอุตสาหกรรมเกษตร และอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป กลับสนับสนุนให้เป็นหนี้พวกมันเยอะๆ ด้วยการให้กู้มาลงทุนในอุตสาหกรรมเครื่องจักรที่พวกเขาโละทิ้ง แต่ไม่รู้จะเอาไปไว้ที่ไหน ก็หลอกให้ไทยเป็น "ฐานผลิต" แล้วขายเครื่องจักรนั้นให้
ทั้งที่โดยเนื้อแท้ ไทยใช่ "ฐานผลิต" ที่ไหน แม้ทุกวันนี้ ร้อยละ ๗๐-๘๐ มันแค่ฐานรับจ้างผลิต รับจ้างประกอบชิ้นส่วน และรับจ้างให้ใช้คำว่า "อุตสาหกรรม" เป็นสถานที่เก็บ "ขยะพิษ" เท่านั้น!
ไทยไม่มีทั้งเหล็ก ไม่มีทั้งน้ำมัน ไม่มีทั้งโนว์ฮาว ไม่มีทั้งการฝึกฝน ฝึกคนให้แค่เอาเหรียญประกวด และที่สำคัญ ระบบศึกษาไทย แม้นาทีนี้ ไม่เคยสนับสนุน ไม่เคยทุ่มงบประมาณเพื่อการวิจัย และผลิตนักวิจัยเลย
เป็นแค่ "เสือกะบาก" ก็ยังทั้งยาก!
ฝรั่ง-ญี่ปุ่น ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าไทยเป็นนิก เป็นเสือด้วยอุตสาหกรรมประเภทเครื่องจักรไม่ได้ จุดด้อย-จุดเด่น ของไทยอยู่ตรงไหน เขาวิเคราะห์-วิจัยกันมาเรียบร้อยแล้ว
เพราะเขารู้ว่าจุดเด่นไทยอยู่ที่ภาคการเกษตร การบริการ การท่องเที่ยว และบ้ายอ ชอบสบาย แต่ไทยมองไม่เห็นตัวเอง หรือเห็น แต่กระสันอยากเป็นในด้านที่เป็นไมได้ และลึกๆ แล้ว พวกกลุ่มทุนเขาก็ไม่อยากให้เราเป็นในสิ่งที่เป็นได้ด้วย คือเกษตร ซึ่งถ้าไทยมุ่งไปทางนี้ พวกเขาจะเดือดร้อน
เขาก็เลยหลอกให้เป็นฮับ เป็นศูนย์การผลิต (ความจริงรับจ้างประกอบ) และชอบจัดอันดับโน่น-นี่ ให้ไทยมีชื่อติดด้วย และด้วยความกลวงที่ไม่มีอะไร แต่อยากอวดว่ามี-ว่าเด่นเหนือใคร
ก็เอา "กินเนสส์บุ๊กส์" มาล่อไอ้พวกโง่แล้วอยากนอนเตียง สากกะเบือใหญ่ที่สุดในโลก ผู้นำโกงที่สุดในโลก นายกฯ สวยที่สุดในโลก ฯลฯ
เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ศาสนาพุทธนั้น ทราบกันดีว่า "เป็นศาสนาคนมีปัญญา" นั่นคือ คนโง่เป็นพุทธไม่ได้ แต่คนไทยเป็นพุทธ ด้วยเข้าถึงพุทธะนับแต่ก่อเกิดกำเนิดชาติมา
นั่นก็ชัดว่า "โดยแก่นราก" คนไทยเป็นคนมีปัญญา ที่ดูว่าเบาปัญญาไปบ้าง นั่นเพียงเผลอไผล หลงใหลดอกไม้ริมทางไปบ้างชั่วครั้ง-ชั่วครู แต่พอสติคืนตัว ก็ปรับทิศแห่งจิตเข้าทางตรงเหมือนเดิม
ก็เหมือนขับรถทางไกลนั่นแหละครับ มันก็มีบ้างเป็นธรรมดาที่คนขับ "วูบหลับ" จนแฉลบลงข้างทาง หลับลึกลงไปเลยก็มี หลับไม่ลึก สะดุ้งตื่น-ตาสว่าง หักพวงมาลัย แตะเบรก หยุดได้ทันริมผาก็มาก ฉันใด "คนไทย" กับความเป็นไปในบ้านเมือง ก็ฉันนั้น
นับจากนี้ไป "คนไทยจะตาสว่าง"!
มืดบอดด้วย "หลงศรัทธา" ผ่านการเมือง "มาร-ปรุงแต่ง"
ก็จะสว่างด้วย "ตื่นรู้" ผ่านการเมือง "ประชาชน" ร่วมสร้าง
การเมือง-คนการเมือง ก็เหมือนอาหารชนิดหนึ่ง กินทุกวัน คนกินก็เบื่อ ก็อยากลองเปลี่ยนโน่น-เปลี่ยนนี่ แต่พอรู้รสแล้ว ก็กลับสู่ "อาหารหลัก" เป็นปลาร้า เป็นแกงโฮะ แกงไตปลา ผักจิ้มน้ำพริก ซึ่งให้รสชาติที่ไม่ทรยศชาติกำเนิด เผ่าพันธุ์ถิ่น
กินทีไร สุขใจ-สบายท้องทีนั้น!
คนไทยจะ "คืนถิ่น" กลับไปทำมาหากินด้วย "เกษตรฐานราก" กันมากขึ้น การเมืองเรื่องเป่าหู-ล้างสมองที่จะเปลี่ยนไทยเป็นโน่น-เป็นนี่ แล้วรวยกันโดยไม่ต้องทำงานทำการ ชาวบ้านจะเริ่มรู้ว่าถูกหลอกใช้ หันหลังให้กลับสู่ที่ตั้งกันมากขึ้น คนเลวร้าย ไม่ยอมกลับตัว-กลับใจ ไม่สำนึกในการกระทำ เป็นปฏิปักษ์ต่อชาติ ต่อแผ่นดิน ต่อสถาบัน นับต่อจากวันนี้ไป จะมีอันเป็นไป
"ล้มหายตายจาก" ไปทีละคน-สองคน โดยไม่มีใครไปทำร้ายพวกเขา!?
จำเอาไว้ ไม่ต้องละโมบคำว่าเจริญ คำว่าทันสมัย คำว่าผู้นำภูมิภาค โดยไม่เข้าใจคำว่าเจริญ-คำว่าทันสมัย-คำว่าผู้นำนั้น
"แก่น" ของมันจริงๆ คืออะไร และอยู่ไหน?
ควบคุมรักษาทิศทางความเป็น "สังคมประเทศไทย" ของเราเอาไว้ เหมือนเรือในมหาสมุทรยามเกิดมรสุม อย่าเร่งเครื่องหนีคลื่น หรือสู้คลื่น เพียงอย่าให้เครื่องดับ แล้วคุมหางเสือให้หัวเรือ ขึ้น-ลง ตามจังหวะยอดคลื่นที่โหมซัดมาแต่ละลูก อย่าโต้ อย่าต้าน
พังสถานเดียว!
ผมไม่ห่วงเหลือง ไม่ห่วงแดงหรอกครับ เพราะนั่นคือพี่น้องประชาชนที่หวังดีต่อชาติ และรักชาติ เพียงแต่แนวคิด-แนวเข้าใจเดินไปสู่ปลายทางของความรัก-ความหวังดี "ต่างกัน" ในแนวทางปฏิบัติเท่านั้น แต่เป้าหมายประเสริฐต่อชาติ-ต่อสถาบันเหมือนกัน
เมื่อธาตุเทียมของการเมือง "มารปรุงแต่ง" ประจักษ์ การเมือง "ธาตุแท้" ประชาชนร่วมสร้าง ก็จะมา "รวมทาง" เป็นประเทศไทย ใต้พระมหาบารมี "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช" ดังเดิม.



www.thaipost.net

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม