วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เตรียมความพร้อม 3 นักชก ความหวังไทย

โดยหนนี้ประเทศอังกฤษ รับผิดชอบเป็นเจ้าภาพของมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ ซึ่งจะออกสตาร์ตกันตั้งแต่วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคมถึง 12 สิงหาคม และบรรดานักกีฬาจากทั่วสารทิศก็หลั่งไหลกันเข้ามาสู่สหราชอาณาจักร แล้วหนึ่งในจำนวนนั้นก็คือตัวแทนจากไทย ซึ่งได้ทยอยเข้ามาเตรียมความพร้อมฝึกซ้อมกันแล้วเป็นชุดแรก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นำโดย 3 นักมวยสากลสมัครเล่น แก้ว พงษ์ประยูร, ฉัตร์ชัย บุตรดี และ สายลม อาดี ร่วมด้วย วิทยา ทำว่อง นักยิงธนู ชาย และ ธีรวัฒน์ หอมกลิ่น นักยูโด รุ่นไม่เกิน 100 กิโลกรัมชาย นี่คือทัพแรก 5 รายจากจำนวน 37 ชีวิตใน 16 ประเภทกีฬาของไทย และคงปฏิเสธไม่ได้ว่าไฮไลต์ความสนใจทั้งหลายสำหรับพี่น้องสายเลือดสยามย่อมหนีทีมมวยสากลสมัครเล่น ซึ่งในอดีตเคยสร้างเกียรติประวัติและนำความสำเร็จจากโอลิมปิก เกมส์ มาฝากแฟนๆ ได้น่าประทับใจเสมอมา นับตั้งแต่ยุคของ พเยาว์ พูนธรัตน์ เจ้าของเหรียญทองแดง ในมอนทรีล เกมส์ ที่แคนาดา ปี 1976 ต่อด้วย ทวี อัมพรมหา เจ้าของเหรียญเงิน ในลอสแอนเจลีส เกมส์ ที่สหรัฐอเมริกา ปี 1984 อีก 4 ปีต่อมา ผจญ มูลสัน คว้าเหรียญทองแดงจากโซล เกมส์ 1988 ที่ประเทศเกาหลีใต้ แล้วในบาร์เซโลน่า เกมส์ 1992 อาคม เฉ่งไล่ ก็นำเหรียญทองแดงกลับมาสู่แผ่นดินมาตุภูมิ กระทั่งปี 1994 ที่แอตแลนตา พี่น้องชาวไทยก็ได้เชยชมเหรียญทองประวัติศาสตร์เป็นครั้งแรกของทัพกีฬาไทยในโอลิมปิก และยังมีเหรียญทองแดงจาก วิชัย ราชานนท์ มาให้ชื่นใจเพิ่มเติมอีกด้วย มาถึง ซิดนีย์ เกมส์ 2000 วิจารณ์ พลฤทธิ์ กลายเป็นวีรบุรุษเหรียญทองของคนทั้งประเทศ โดยมีเหรียญทองแดงของ พรชัย ทองบุราณ เป็นโบนัสเพิ่มอีกด้วย ให้หลังอีก 4 ปี เอเธนส์ 2004 กลายเป็นเวทีที่ทำให้ มนัส บุญจำนงค์ แจ้งเกิดดังกระหึ่มเป็นฮีโร่เหรียญทอง แถมทีมมวยสากลสมัครเล่นของไทยยังกวาดเหรียญเงินและทองแดงจากผลงานยอดเยี่ยมของ วรพจน์ เพชรขุ้ม และ สุริยา ปราสาทหินพิมาย ตามลำดับ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ในปักกิ่ง เกมส์ มนัส พลาดโอกาสเป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่คว้าเหรียญทอง โอลิมปิก 2 สมัยซ้อน หลังพ่ายในนัดชิงชนะเลิศ เลยได้แค่เหรียญเงิน แต่ประชาชนชาวไทยก็ได้ฉลองเต็มคราบกับความสำเร็จยิ่งใหญ่ของยอดนักสู้ สมจิตร จงจอหอ ที่คว้าเหรียญทองในรุ่นฟลายเวต โดย สมจิตร นับเป็นต้นแบบและตัวอย่างชั้นเลิศที่บรรดา 3 นักชกต้องการเจริญรอยตามความสำเร็จ แก้ว พงษ์ประยูร, ฉัตร์ชัย บุตรดี และ สายลม อาดี รวมทั้ง โอมาร์ พารากอน โค้ชชาวคิวบา, โค้ชธง ทวีคูณ และ พันเอกศักดา เพ็ชรจินดา ประธานเทคนิคสมาคมมวยสากลแห่งประเทศไทย เดินทาง 12 ชั่วโมงด้วยสายการบินไทยเป็นเวลา 12 ชั่วโมง และนั่งรถบัสต่อ 4 ชั่วโมงจากสนามบินลอนดอน ฮีทโธรว์สขึ้นเหนือมายังเมืองแมนเชสเตอร์ สภาพอากาศที่หนาวเย็นและมีฝนตกเกือบตลอดทั้งวันในแมนเชสเตอร์ เป็นความรู้สึกที่ 3 ขุนพลเสื้อกล้ามไทยสัมผัสได้ถึงความแตกต่างจากประเทศไทย ส่วนเรื่องอาหารการกินก็ไม่มีปัญหา เพราะมีให้บริโภคอย่างจุใจ และคณะทั้งหมดก็รวมตัวรับประทานกันที่ร้านรอยัล ไทย ออร์คิด ในย่านพิคคาดิลลี่ การ์เด้น พอเติมพลังจนอิ่มท้องเรียบร้อย 3 นักชกก็เปิดโอกาสให้ทีมข่าวของสยามสปอร์ต สัมภาษณ์อย่างเป็นกันเอง และไม่ได้แสดงอาการกดดันแต่ประการใด คำสนทนาทำให้ผมทราบถึงความรับผิดชอบของแต่ละคน ไล่ตั้งแต่ แก้ว พงษ์ประยูร รุ่นไลต์ฟลายเวต (49 กก.), ฉัตร์ชัย บุตรดี รุ่นฟลายเวต (52 กก.) และ สายลม อาดี รุ่นไลต์เวต (60 กก.) โดยทุกคนต่างบ่นถึงเรื่องสภาพอากาศที่หนาวเย็นเป็นอันดับแรก โดย สายลม เป็นเพียงคนเดียวที่เคยผ่านประสบการณ์ในโอลิมปิก เพราะเคยผ่านสังเวียนปักกิ่ง เกมส์ 2008 ก่อนตกรอบ 16 คนสุดท้ายและเจ้าตัวก็ตั้งใจว่าจะทำให้ดีกว่าเดิม ส่วน แก้ว และ ฉัตร์ชัย นั้นเป็นหนแรก ซึ่งก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ แต่ก็มุ่งมั่นตั้งใจจะสร้างผลงานให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนกำลังใจที่พี่น้องชาวไทยมาให้พวกเขาอย่างล้นหลาม ก่อนเดินทางกลับไปยังโรงแรมที่พัก ณ โรงแรม พาร์ค อินน์ แมนเชสเตอร์ ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา 3 นักชกพร้อมคณะ เริ่มต้นปฏิทินการฝึกซ้อมวันแรก โดยเดินทางไปที่แกรนจ์ สกูล ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ็อกซิ่ง เซนเตอร์ ของ แมนเชสเตอร์ โดย โค้ชโอมาร์ และ โค้ชธง ให้ 3 นักชก วิ่งอบอุ่นร่างการยืดเส้นยืดสายกันก่อน ท่ามกลางแสงแดดเจิดจ้าทำให้ สามารถเรียกเหงื่อได้ไม่น้อย แล้วจากนั้นก็เข้าไปยังใรงยิมฯ ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการฝึกซ้อม การฝึกซ้อมเบื้องต้นในวันแรก ทีมงานตั้งใจขอให้มันเบาๆ เพราะนักกีฬายังอยู่ในอาการล้า หลังเดินทางไกลมาหลายชั่วโมง โดยแบ่งการซ้อมเป็น 3 สเต็ปให้นักมวยหมุนเวียนกันไล่ตั้งแต่ชกกระสอบ, ล่อเป้ากับโค้ชธง และซ้อมฟุตเวิร์กต่อยกับโค้ชโอมาร์ ช่วงเวลาดังกล่าวก็หอมปากหอมคอเป็นเวลาราวหนึ่งชั่วโมง จากนั้นก็ไปต่อกันด้วยการวิ่งคลายกล้ามเนื้อ และกระโดดเชือกเอากำลังขา ซึ่งนักมวยทั้งหมดก็กล่าวหลังจบการซ้อมวันแรกว่าพอใจมากๆ กับความพร้อมในแมนเชสเตอร์ เทรนนิ่ง แคมป์ เช่นเดียวกับบรรดาผู้ฝึกสอน และ เสธ.ศักดา ที่ตั้งใจว่าจะยกระดับเข้มข้นในการฝึกซ้อมขึ้นเป็นลำดับ ก่อนเดินทางลงมาลอนดอน ในวันที่ 25 ก.ค.นี้ต่อไปจากจุดเริ่มในแดนผู้ดีต้องถือว่าเป็นการนับหนึ่งที่ดีเยี่ยมของกองทัพนักชกความหวังของไทย และทุกคนก็พยายามทำทุกอย่างให้เต็มกำลังสุดชีวิตเพื่อนำเหรียญทองคล้องคอมาฝากพี่น้องชาวร่วมชาติได้สำเร็จ

www.siamsport.co.th

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม