วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เมื่อเอ่ยถึง “มะเร็งช่องปาก”...

เมื่อเอ่ยถึง "มะเร็งช่องปาก" ดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับคนไทยเมื่อเทียบกับมะเร็งปอดหรือมะเร็งปากมดลูก ที่คนไทยจะมีความรู้เรื่องมะเร็งต่างๆ เหล่านี้ได้ดี นอกจากนี้ข้อมูลทางวิชาการพบว่า ผู้ป่วยมะเร็งช่องปากจะมาพบแพทย์ก็ต่อเมื่อป่วยระยะสุดท้ายแล้ว ขณะที่ สิงห์อมควันเสี่ยงเป็นมะเร็งช่องปากมากกว่าคนไม่สูบถึง 3.16 เท่า

"ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ปีละกว่า 4 หมื่นราย บุหรี่เป็นภาระโรคที่สำคัญลำดับต้นๆ เป็นปัจจัยเสี่ยงก่อให้เกิดโรคต่างๆ เช่น มะเร็งปอด ถุงลมโป่งพอง และมะเร็งช่องปาก ฯลฯ ทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากภาระค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ได้ศึกษาถึงความเสี่ยงสัมพัทธ์ของโรคมะเร็งช่องปาก พบผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสเป็นโรคมะเร็งช่องปากมากกว่าผู้ไม่เคยสูบบุหรี่ 3.16 เท่า สสส. จึงได้สนับสนุนเครือข่ายทันตแพทย์ เพื่อร่วมส่งเสริมป้องกันโรคด้วยการตรวจคัดกรองวินิจฉัยรอยโรคก่อนเกิดมะเร็งในช่องปากในระยะเริ่มต้นช่วยลดการเกิดโรคได้" ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการ สสส. กล่าว

จากคำกล่าวข้างต้นสอดคล้องกับข้อมูลทางวิชาการของ รศ.ทพ.วรนัติ วีระประดิษฐ์ อาจารย์ประจำภาควิชาพยาธิวิทยาช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หัวหน้าโครงการศึกษาวิจัยเรื่องค่าใช้จ่ายรักษาผู้ป่วยมะเร็งช่องปากในประเทศไทย (Costs of Care for Oral Cancer in Thailand) ที่พบว่า จากงานวิจัยเพื่อสนับสนุนการเลิกบุหรี่ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ โรงพยาบาล 5 แห่ง คือ รพ.ราชวิถี, รพ.รามาธิบดี, รพ.ชลบุรี, รพ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ รพ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น พบผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก 858 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่ มีอายุ 40 ปีขึ้นไป มีถึง 91% ในจำนวนนี้อยู่ในช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป อยู่ที่ 59.73 % ดังนั้น ผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจคัดกรองโรค

สำหรับค่าใช้จ่ายในการรักษามะเร็งช่องปาก เฉลี่ยอยู่ที่ 80,454 บาทต่อราย หรือคิดเป็น 64.1% ของรายได้ต่อปี โดยครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยมีอาการเข้าสู่ระยะที่ 4 มีค่ารักษาอยู่ที่ 100,883 บาทต่อราย ผู้ป่วยที่ต้องจ่ายค่ารักษาสูงสุดอยู่ที่ 131,124.27 บาท ดังนั้น การค้นพบโรคในระยะเริ่มต้นจะช่วยให้การรักษาได้ผลดีและลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาได้

ด้าน น.พ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า มะเร็งช่องปากเป็นมะเร็งที่สามารถวินิจฉัยโรคในระยะเริ่มแรก และสามารถรักษาหายขาดได้ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาลง แต่กลับพบว่าอัตรารอดชีวิต 5 ปีของผู้ป่วยมะเร็งช่องปากมีเพียงประมาณ 30% เมื่อเปรียบเทียบกับมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูกที่พบอัตรารอดชีวิต 5 ปี สูงถึง 60% ทั้งที่เป็นมะเร็งที่สามารถตรวจพบระยะเริ่มแรกได้เช่นเดียวกัน สาเหตุที่ทำให้อัตรารอดชีวิตน้อย เกิดจากการพบรอยโรคช้า เนื่องจากขาดความรู้ในการสังเกตอาการตนเองในกลุ่มเสี่ยง เช่น กลุ่มที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง สูบบุหรี่ หรือ ดื่มสุราเป็นประจำ ควรจะหมั่นสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นในช่องปากอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นประชาชนจึงควรพบทันตแพทย์ อย่างน้อยทุกๆ 6 เดือน และร้องขอให้ทันตแพทย์ตรวจหามะเร็งช่องปากด้วย

"พบว่า คนภาคใต้ป่วยด้วยโรคมะเร็งช่องปากสูงกว่าภาคอื่น และบริเวณที่พบมะเร็งช่องปากมากที่สุดในเพศชาย คือ โคนลิ้น เพศหญิง คือ กระพุ้งแก้ม" ผอ.สถาบันมะเร็งกล่าว

น.พ.ธีรพล โตพันธานนท์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า วิธีสังเกตมะเร็งช่องปากระยะแรก ได้แก่ มีแผลเรื้อรังในช่องปากไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ มีรอยโรคสีขาว สีแดง หรือสีขาวปนแดงบริเวณเนื้อเยื่อในช่องปาก ขอบลิ้น ขอบริมฝีปาก หรือตำแหน่งอื่นๆ ในช่องปากที่มีลักษณะแข็งเป็นไต ส่วนใหญ่ไม่มีอาการเจ็บ มักพบบริเวณด้านข้างของลิ้น ใต้ลิ้น บริเวณด้านหลังของฟันซี่สุดท้าย และเพดานปาก กลุ่มเสี่ยงคือคนอายุ 40 ขึ้นไป พบในเพศชายมากกว่าหญิง มีปัจจัยเสี่ยง คือ สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ช่องปากไม่สะอาด กินหมาก ผู้ทำงานกลางแจ้ง จะเสี่ยงเป็นมะเร็งที่ริมฝีปาก หรือมีคนในครอบครัวเคยมีประวัติเป็นมะเร็งที่ทางเดินอาหารส่วนบน และผู้ติดเชื้อไวรัส HPV

ทั้งนี้ โครงการกลยุทธ์วิชาชีพทันตแพทย์ในการควบคุมการบริโภคยาสูบ โดยการสนับสนุนจาก สสส. ได้สนับสนุนให้สถานทันตกรรมทุกแห่งของรัฐ จัดบริการตรวจวินิจฉัยรอยโรคและมะเร็งช่องปากในระยะเริ่มต้นให้กับกลุ่มเสี่ยงทุกราย ควบคู่กับการให้คำแนะนำเลิกบุหรี่ โดยผู้ป่วยบัตรทองตรวจฟรี เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและให้การรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ปัจจุบันมี 14 จังหวัดที่จัดบริการตรวจคัดกรองมะเร็งช่องปาก เช่น จ.พิษณุโลก แพร่ สุพรรณบุรี ฯลฯ ล่าสุด คือ จ.สมุทรปราการ และคาดว่าสิ้นปี 2555 ในภาคตะวันออกจะเป็นภาคแรกที่จัดบริการตรวจคัดกรองได้ครบทุกจังหวัด

"มะเร็งช่องปาก" จัดได้ว่า เป็นภัยร้าย ภัยเงียบ ที่น่ากลัว โดยคุกคามคนไทยแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว เพราะคนไทยส่วนมากจะละเลยเรื่องของช่องปาก เพื่อความไม่ประมาทประชาชนทุกคนจึงควรหันมาใส่ใจเรื่องของสุขภาพปากตั้งแต่เสียเนิ่นๆ ดีกว่าเป็นแล้วค่อยมารักษา



www.banmuang.co.th

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม