วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

มาสด้าเสริมทัพชุดใหญ่ส่งมาสด้า3 ใหม่ 1.6ลิตร เจเนอเรชั่นใหม่ดีไซน์ สปอร์ต

บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศศักดาเดินหน้าลุยตลาดรถยนต์นั่งแบบเต็มพิกัด ผนึกรวม 2 พลังสายพันธุ์สปอร์ต พร้อมส่งรุ่นพี่มาสด้า3 ใหม่ เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร เสริมทัพทั้งแฮ็ชต์แบ็ค 5 ประตู และซีดาน 4 ประตู ชูความโดดเด่นด้านดีไซน์ความเป็นสปอร์ตโฉบเฉี่ยวเหนือระดับ ซึ่งรถมาสด้า3 เจเนอเรชั่นใหม่ยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมาสด้าภายใต้คอนเซ็ปต์ "MAKE YOUR MARK" ปฏิเสธ...ทุกความธรรมดา ที่จะทำให้ประสบการณ์ของการขับขี่ไม่ธรรมดาอีกต่อไป พร้อมกันนี้ยังเตรียมกวาดยอดขายในตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กหรือบีคาร์ด้วยการปรับโฉมรถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า2 ด้วยการเพิ่มออฟชั่นเบสต์อินคลาสและใส่อุปกรณ์มาตรฐานหลายรายการเพื่อเพิ่มความโดดเด่นและความเป็นสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ตอบสนองลูกค้าได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย คาดปีนี้ยอดขายทะลุ 60,000 คัน

นายโชอิชิ ยูกิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ของประเทศไทยกำลังเดินหน้าอย่างเต็มที่หลังจากที่สถานการณ์ต่างๆ ได้คลี่คลายไปมากแล้ว ทั้งตลาดรถปิกอัพ รถยนต์นั่งขนาดเล็ก รวมถึงตลาดคอมแพ็คคาร์ที่กำลังแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในปี 2554 ที่ผ่านมานั้นตลาดรถยนต์นั่งมียอดขายสูงถึง 354,000 คัน โดยเฉพาะตลาดคอมแพ็คคาร์มียอดขายสูงถึง 95,000 คัน หรือเกือบหนึ่งแสนคัน ซึ่งถือเป็นเซ็กเม้นต์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของรถยนต์นั่ง ซึ่งในปีที่ผ่านมามาสด้ามีผลิตภัณฑ์คือมาสด้า3 รุ่น 2.0 ลิตรเพียง 2 รุ่น แต่สามารถทำยอดขายในกลุ่มนี้ไปได้ถึง 5,476 คัน สำหรับการเสริมทัพในรุ่น 1.6 ลิตรใหม่ในครั้งนี้ จะเป็นส่วนสำคัญยิ่งที่จะทำให้เราสามารถบรรลุตามเป้าหมายในครึ่งปีหลังของปีนี้ที่เราตั้งไว้ที่ 5,000 คัน อย่างแน่นอน

"ตลาดรถยนต์นั่งคอมแพ็คคาร์ หรือ ซี-คาร์ เป็นกลุ่มที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง เนื่องจากมีคู่แข่งในตลาดจำนวนมากที่สุด ซึ่งรถยนต์ในกลุ่มนี้จะแบ่งออกเป็นกลุ่มเครื่องยนต์ระดับ 1600-1800 ซีซี. และอีกกลุ่มคือเครื่องยนต์ 2000 ซีซี. ซึ่งมาสด้า3 เครื่องยนต์ 2.0ลิตรใหม่ ได้พิสูจน์ให้เห็นมาแล้ว ด้วยการก้าวขึ้นเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดกลุ่มนี้มายาวนาน และสามารถทำให้มาสด้ามีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มสูงถึง 40% แต่เนื่องจากกลุ่มลูกค้าเครื่องยนต์ 1600-1800 ซีซี มีสัดส่วนที่สูงมากและเป็นตลาดที่ใหญ่มีโอกาสที่เราจะสามารถขยายฐานลูกค้าได้กว้างมากยิ่งขึ้น ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้จะเป็นลูกค้าที่มีความคาดหวังค่อนข้างสูง ทั้งในเรื่องของรูปลักษณ์ดีไซน์ สมรรถนะการขับขี่ ความคุ้มค่าคุ้มราคา อุปกรณ์ที่เพิ่มความหรูหราสะดวกสบาย คุณภาพของวัสดุที่นำมาประกอบ และระบบความปลอดภัยที่มีให้มากพอตามความต้องการ รวมถึงความประหยัดทั้งค่าบำรุงดูแลรักษาและการประหยัดน้ำมัน และมีระดับราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย แต่สำหรับมาสด้า3 ใหม่นั้นกลับมีความโดดเด่นกว่ารถอื่นในคลาสเดียวกัน คือ ความสวยงามของดีไซน์ ความสปอร์ต ซึ่งแตกต่างมาจากรถในกลุ่มคอมแพ็คที่มักเน้นแต่ความหรูหราเพียงอย่างเดียว ซึ่งจุดขายนี้โดนใจลูกค้ากลุ่มพรีเมี่ยมผู้รักรถสปอร์ตหรู การส่งมาสด้า3 ใหม่ เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร เข้าสู่ตลาดในครั้งนี้จะส่งผลให้รถยนต์มาสด้าสามารถมียอดขายและเป็นที่ยอมรับในตลอดอย่างรวดเร็ว" นายโชอิชิ กล่าว

อีกปัจจัยที่จะส่งผลให้มาสด้าประสบความสำเร็จอย่างมาก นั่นคือ แนวทางการออกแบบและพัฒนารถยนต์มาสด้า3 ใหม่ เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร ยังคงเน้นไปที่รูปลักษณ์ความเป็นสปอร์ตสวยงามสะดุดทุกสายตา สะท้อนภาพลักษณ์ที่น่าชื่นชม บ่งบอกสถานะทางสังคมที่เป็นที่ยอมรับ และมีบุคลิกความเป็นตัวของตัวเองอย่างเด่นชัด นอกจากแพ็คเกจภายนอก-ภายในที่โดดเด่นแล้วยังมาพร้อมกับสมรรถนะของการขับขี่ที่สนุกสนานเร้าใจตามสไตล์ ซูม-ซูม ของมาสด้า รวมถึงอุปกรณ์ความปลอดภัยที่มั่นใจได้ ฟังก์ชั่นการใช้งานครบครันและคุ้มค่า อุปกรณ์เสริมความสะดวกสบายต่างๆ มากมาย เบาะนั่งหนังทรงสปอร์ตบัคเก็ตซีท (Sport Bucket Seat) มาพร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระซ้ายขวา ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ 4-Beam พร้อมไฟตัดหมอกแต่งด้วยดีฟิวเซอร์ หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID (Multi Information Display) พร้อมปุ่มควบคุมที่พวงมาลัย ล้ออัลลอยด์ลายสปอร์ต 16 นิ้ว วัสดุที่ใช้เน้นคุณภาพและความหรูหรา รวมถึงวัสดุที่เลือกใช้เหนือกว่ารถในระดับเดียวกัน ด้วยเทคโนโลยีการออกแบบที่ทันสมัยและการลดน้ำหนักส่วนเกินที่ไม่จำเป็นบนตัวรถ ส่งผลให้สมรรถนะของรถถูกขับออกมาได้เต็มเปี่ยม เพราะรถไม่มีอาการแบกน้ำหนัก มาสด้า3 ใหม่ 1.6ลิตร มีให้เลือกถึง 3 รุ่น พร้อมราคาจำหน่ายที่สุดคุ้ม

นายโชอิชิ กล่าวว่า "รถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า3 เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2547 ถือเป็นรถยนต์รุ่นสำคัญที่สามารถพลิกสถานการณ์ครั้งประวิติศาสตร์การขายรถของมาสด้า พร้อมทั้งมียอดขายสะสมถึงปัจจุบันนี้ถึง 35,000 คันเฉพาะในประเทศไทย และกว่า 3,000,000 คัน จากทั่วโลก ซึ่งการเปิดตัวมาสด้า3 ใหม่ ในครั้งนี้ถือเป็นเจเอนเรชั่นที่สอง และเป็นเจ้าของรางวัลคุณภาพจากทั่วโลกแล้วกว่า 133 รางวัล รวมทั้งผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ทั้งของอเมริกา ยุโรป และออสเตรเลีย ซึ่งเป็นตลาดที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งมาสด้าเชื่อมั่นว่า ความสำเร็จของมาสด้า3 ใหม่ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้มาสด้าเติบโตอย่างแข็งแกร่งในประเทศไทย โดยเฉพาะในปีนี้มาสด้าตั้งเป้ายอดขายไว้สูงถึง 60,000 คัน โดยเฉพาะรถยนต์นั่งตั้งเป้าไว้สูงถึง 40,000 คัน และรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร อีกจำนวน 20,000 คัน"

นางสาวสุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กล่าวว่า ในขณะที่ตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน มาสด้าได้ปรับเสริมกลยุทธ์อีกครั้ง เพื่อเพิ่มความสดใหม่ให้กับรถยนต์มาสด้า2 มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเพิ่มออฟชั่นให้เหนือกว่าแบบ“เบสต์อินคลาส” ให้แก่การใช้งานในฟังก์ชันต่างๆ ให้มีความคุ้มค่าคุ้มราคามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในครั้งนี้มาสด้าได้ปรับเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานหลากหลายรายการเพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวรถ ทั้งเรื่องของดีไซน์ทั้งภายในและภายนอกเพื่อให้การใช้งานที่ลงตัวมากยิ่งขึ้น ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย การปรับโฉมครั้งนี้ทำให้รถมาสด้า2 มีคาแรกเตอร์และฟังก์ชั่นของรถสปอร์ตซิตี้คาร์อย่างชัดเจนกว่ารถบีคาร์อื่นๆ ในตลาด อุปกรณ์เพิ่มเติมทำให้โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบฮาโลเจน แบบ 4-Beam โปรเจคเตอร์ ล้ออัลลอยด์สปอร์ตลายใหม่ ขนาด 16 นิ้ว ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง มาตรวัดดีไซน์ใหม่สีดำสปอร์ต เบาะและแผงประตูหุ้มหนัง เบาะผ้าลายใหม่ วิทยุ ซีดี เอ็มพี3 พร้อมตกแต่งด้วยสีดำเปียโนแบล็ก แผงสวิตช์ควบคุมที่พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ ช่องเชื่อมต่อ USB/AUX มาพร้อมเฉดสีใหม่ สีฟ้าอควาติกบลู และสีขาวอาร์คติกไวท์ มีให้เลือกทั้งสปอร์ตแฮชต์แบ็ค 5 ประตู และเอลิแกนซ์ ซีดาน 4 ประตู ที่สำคัญมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยรอบคันทั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบเบรก 4W-ABS และรับกระจายแรงเบรก EBD ในทุกรุ่น

ที่สำคัญการสื่อสารข้อมูลของตัวโปรดักซ์หรือผลิตภัณฑ์ไปยังผู้บริโภคนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง สำหรับรถยนต์นั่งมาสด้า2 ทั้ง 2 รุ่น มาสด้ายังคงเลือกใช้พรีเซ็นเตอร์เพื่อเป็นการบ่งบอกถึงสถานะตัวตนที่แท้จริง และสามารถสื่อสารได้โดยตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งในครั้งนี้เราได้ทำการต่อสัญญากับ 2 พรีเซ็นเตอร์ดาราหนุ่มซูเปอร์สตาร์สุดฮ็อตของเมืองไทย โดย ณเดชน์ คูกิมิยะ เป็นพรีเซ็นเตอร์ของมาสด้า2 เอลิแกนซ์ ซีดาน 4 ประตู และ เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ ในรุ่นสปอร์ต แฮ็ชต์แบ็ค 5 ประตู สุรีทิพย์ กล่าวเพิ่มเติม

รายละเอียดของรถยนต์นั่งสปอร์ต All New Mazda3 ใหม่ 1.6ลิตร มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ประกอบไปด้วย สีขาว อาร์กติกไวท์ สีดำแบล็กไมก้า สีบรอนซ์เงินไฮไลท์ซิลเวอร์ สีเทาเมโทรโพลิตัลเกรย์ สีแดงทรูเรด สีน้ำเงินออโรร่าบลู และสีทองสปาคกลิ้งโกลด์ นอกจากนี้มาสด้ายังเปิดราคาสุดคุ้มค่าเริ่มต้นเพียง 755,000 บาท

Mazda3 1.6 Spirit Sports แฮ็ชต์แบ็ค 5 ประตู เกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะแอคทีฟเมติค ภายในสีดำ เบาะหุ้มหนังสีดำ ล้ออัลลอยด์ 16 นิ้ว ราคาจำหน่าย 869,000 บาท

นอกจากนี้มาสด้ายังมีมาสด้า3 รุ่นเครื่องยนต์ 2000 ซีซี. เกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะแอคทีฟเมติค 5 สปีด ที่ให้ความสปอร์ตทั้ง 4 ประตู และ 5 ประตู จำหน่ายในราคาเดียวกันคือ 1,064,000 บาท

สำหรับราคาจำหน่ายรถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า2 รุ่นปรับโฉมใหม่ปี 2012 โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 550,000 บาทเท่านั้น และรุ่นท็อปสุดเบาะหนังราคาเพียง 705,000 บาทเท่านั้น โดยมีให้เลือกทั้งสปอร์ตแฮ็ชต์แบ็ค 5 ประตู และเอลิแกนซ์ ซีดาน 4 ประตู พร้อมกันนี้ยังรับสิทธิการขอคืนภาษีรถคันแรกเต็ม 100,000 บาท อีกด้วย

ทั้งนี้ลูกค้ามาสด้าทุกท่านไม่ควรพลาดโอกาสการในการเป็นเจ้าของรถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า2 รุ่นปรับโฉมใหม่ปี 2012 รถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า3 2.0 และ 1.6 ลิตรใหม่ รถปิกอัพฮีโร่ มาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ และยานยนต์สายพันธ์สปอร์ตจากมาสด้าที่ให้ความสนุกสนานในการขับขี่ที่เร้าใจ สมรรถนะเป็นเยี่ยม ให้ความมั่นใจในความปลอดภัยอบอุ่นใจตลอดการเดินทางพร้อมรับข้อเสนอและเงื่อนไขสุดพิเศษจากมาสด้า ทั้งนี้รถยนต์มาสด้าทุกรุ่นรับประกันคุณภาพนานถึง 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

เชิญสัมผัสและทดลองขับรถสปอร์ตมาสด้า2 สปอร์ต และมาสด้า2 เอลิแกนซ์ รถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า3 ใหม่ รถปิกอัพฮีโร่ มาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ รถสปอร์ตโรดสเตอร์มาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5 และรถสปอร์ตครอสโอเวอร์หรู 7 ที่นั่ง มาสด้า ซีเอ็กซ์-9 ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานของมาสด้า 135 แห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ มาสด้า สปีดไลน์ หมายเลขโทรศัพท์ (02) 664-4888 หรือต่างจังหวัดโทรฟรี ได้ที่หมายเลข1-800-226-408



www.newswit.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม