วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

แก๊งรถทัวร์เถื่อน ชิงทรัพย์ แทงชาวต่างชาติ บาดเจ็บเกือบตาย

แล้วนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็รับเคราะห์อีกจนได้เมื่อเด็กรถทัวร์สายสุราษฎร์ฯ-กรุงเทพฯ ก่อเหตุใช้มีดสปาร์ต้าจ้วงแทงนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษเสียจนปางตายเหตุเกิดหลังจากเหยื่อมีดจับได้ว่าถูกแก๊งเด็กรถทัวร์แอบฉกเงินในกระเป๋าเดินทางไป มิหนำซ้ำยังปล่อยลงกลางทางยังไม่ทันถึงที่หมาย เมื่อเข้าไปต่อว่าเรื่องโดนล้วงกระเป๋า และเรื่องทิ้งผู้โดยสารจึงโดนแทงสวนด้วยมีดกลางอกเกิดเหตุร้ายขึ้นกับนักท่องเที่ยวอีกจนได้คดีนี้ตำรวจตามจับคนร้ายเอาไว้ได้ทันควัน สารภาพทำแบบนี้มาแล้วหลายราย และที่สำคัญ รถทัวร์ที่ขับวิ่งรับส่งผู้โดยสารก็เป็นรถเถื่อนไม่ได้วิ่งประจำเส้นทาง เอามามั่วนิ่มตกแต่งให้เหมือนกับรถบ.ข.ส.แอบรับผู้โดยสาร ชาวต่างชาติพอสบโอกาสก็จะลงมือฉกทรัพย์!!?ปฐมบทของเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อสายวันที่ 27 มิ.ย. ตำรวจสภ.เมืองสมุทรสาคร รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้มีดแทงชาวต่างชาติบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดภายในปั๊มน้ำมันปิโตรนาส หมู่ 3 ต.นาดี อ.เมืองสมุทรสาคร ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ พ.ต.อ.จำแรง สุดใจ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร จึงรายงานพล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ธยาน์ฤทธิ์ เอกเผ่าพันธุ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร รับทราบรุดไปตรวจสอบที่นั่นพบเพียงกองเลือดบริเวณหน้าร้านขายกาแฟภายในปั๊มน้ำมัน ส่วนคนเจ็บคือนายเลห์ แบงก์ สัญชาติอังกฤษ วัย 36 ปี ถูกนำส่งร.พ.มหาชัย 1 ไปก่อนหน้านั้น โดนแทงด้วยอาวุธมีดเข้าชายโครงซ้ายทะลุปอด เป็นแผลฉกรรจ์ ในที่เกิดเหตุพบนางบั๊ฟ สัญชาติเยอรมันซึ่งเป็นภรรยายืนรอให้การอยู่ ด้วยความตื่นตระหนก ให้การผ่านล่ามว่า คนร้ายที่ใช้มีดแทงไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นเด็กรถทัวร์ที่นั่งมานั่นเอง สาเหตุเกิดจากมีปากเสียงกันเรื่องทรัพย์สินสูญหายและทิ้งผู้โดยสาร"บั๊ฟ" ละล่ำละลักย้อนเหตุการณ์ว่า ก่อนเกิด เหตุตนกับสามีขึ้นรถโดยสารไม่ประจำทางจากจ.สุราษฎร์ธานีเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เป็นรถปรับอากาศชั้นเดียวสีเขียว หมายเลขข้างรถ 31-742 สุราษฎร์ธานี ข้างรถเขียนว่า "สุราษฎร์ 111 ทัวร์" ตอนต้นทางมีผู้โดยสารขึ้นมาด้วยประมาณ 20 คน ระหว่างทางก็ทยอยลงเรื่อยๆ กระทั่งมาถึงปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุรถทัวร์เข้าจอดภายในปั๊ม ตอนนั้นคนขับบอกตนกับสามีว่ารถเสีย ให้ลงจากรถและให้นำรถจักรยานของตนทั้ง 2 คันลงมาด้วย บอกให้รอรถคันใหม่มารับ จากนั้นรถทัวร์ก็ขับออกไป ซึ่งขณะที่ตนกับสามีกำลังช่วยกันนำรถจักรยานลงจากรถนั้นสามีก็นึกขึ้นได้ว่าลืมกระเป๋าเสื้อผ้าซึ่งมีทั้งเงินดอลลาร์และหนังสือเดินทางไว้ในนั้น จึงได้โทรศัพท์ติดต่อคนขับรถทัวร์ให้นำกระเป๋ากลับมาคืนที่ปั๊ม สักพักใหญ่ๆ รถทัวร์คันดังกล่าวก็ขับกลับมา และมีเด็กรถยกกระเป๋าลงมาให้ แต่ปรากฏว่ากระเป๋าถูกรื้อค้นและเงินดอลลาร์หายไป "ตอนนั้นสามีเดินไปพูดคุยกับกระเป๋ารถจนเกิดมีปากเสียงกัน จากนั้นเด็กรถทัวร์ได้ชักมีดแทงเข้าที่ชายโครงด้านซ้าย ก่อนที่จะขึ้นรถทัวร์ขับหลบหนีไป ส่วนสามีเดินกุมท้องมาล้มฟุบตรงหน้าร้านกาแฟ กระทั่งมีพลเมืองดีช่วยเรียกรถพยาบาลมารับ"หลังเกิดเหตุพ.ต.อ.จำแรง วิทยุสกัดจับคน ร้ายในทุกเส้นทางพร้อมประสานตำรวจจ.สุราษฎร์ธานีช่วยติดตามคนร้ายเจ้าหน้าที่ตรวจเช็กพบว่ารถทัวร์คันดังกล่าวเป็นรถทัวร์เถื่อน แต่ตกแต่งเหมือนรถทัวร์บขส.ทั่วไป แต่พอเกิดเหตุร้ายหรือมีของหายจะไม่รับ ผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น โดยรถทัวร์เถื่อนเหล่านี้เมื่อรับนักท่องเที่ยวมาจากต่างจังหวัดแล้ว พอใกล้ถึงกรุงเทพฯ ประมาณ 50-70 ก.ม. จะปล่อยนักท่องเที่ยวลงกลางทางโดยอ้างว่ารถเสีย เพื่อป้องกันการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวโดนทำแบบนี้มานับ ไม่ถ้วน!??ผู้บัญชาการหาญพลสั่งไล่ล่าคนร้ายทันทีแจ้งสกัดจับทุกเส้นทางที่หลบหนี หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงก็พบรถคันดังกล่าวขับมาตามถนนพระราม 2 ย้อนลงภาคใต้ เจ้าหน้าที่จึงสกัดจับได้ในเขต จ.สมุทรสงคราม ควบคุมตัวนายวัชรินทร์ จินดา ชาวจ.พัทลุง วัย 23 ปี ซึ่งเป็นคนขับ กับนายวัชรา จริตงาม เด็กรถเอาไว้ได้ ให้การว่า คนร้ายที่แทงนายเลห์ แบงก์ คือนายเอ นามสมมติ อายุ 16 ปี เด็กรถอีกคนที่แวะส่งลงข้างทางหนีตำรวจ ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานนายเอก็ถูกจับขณะกำลังเดินทางลงใต้เช่นกัน จนมุมพร้อมของกลางอาวุธมีดสปาร์ตาที่ใช้ก่อเหตุ และใบกระท่อมแห้งจำนวนหนึ่งจึงยึดไว้เป็นของกลางนอกจากนี้ ยังมีนายสำรวม ทองเกตุ เจ้าของรถทัวร์ที่ยังหลบหนีไปได้อีกหนึ่งคนนายเอให้การรับสารภาพว่า เป็นคนใช้มีด สปาร์ตาแทงนายเลห์ แบงก์ จริง อ้างว่าถูก นายเลห์ แบงก์ ถีบประตูใส่หน้าจึงโมโหชักมีดแทง ส่วนทรัพย์สินที่ได้มีประมาณเกือบ 100 ดอลลาร์ กล้องดิจิตอล 1 ตัว และเสียใจกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นแต่จากการสืบสวนในทางลึก พล.ต.ท.หาญพลได้ข้อมูลมาว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายร่วมกันกระทำการในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง โดยลักทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวที่นั่งมาในรถ จากนั้นก็จะทำเป็นรถเสียและมีการเปลี่ยนถ่ายรถใหม่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวขึ้นรถอีกคันพร้อมกับสัมภาระ กว่าจะรู้ว่าของหายก็ถึงจุดหมายปลายทางและยากต่อการติดตาม แต่รายนี้เรื่องราวบานปลายเพราะเหยื่อไหวตัวทัน รู้ตัวว่าถูกขโมยเลยตามทวงคืน เลยโดนแทงด้วยสปาร์ตาสาหัสคดีนี้ตำรวจประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหามาตรการจัดการกับบรรดารถทัวร์เถื่อนเหล่านี้ให้สิ้นซากเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายขึ้นอีก

www.khaosod.co.th

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม