จีนมองสินค้าไทยเป็นพรีเมียม สมาคมส่งเสริมเศรษฐกิจและการค้า กวางตุ้ง-ฮ่องกงสบช่องนักธุรกิจรุ่นใหม่จีนสนใจสินค้าขายส่ง- ขายปลีก ประกาศตั้งสำนักงานใจกลางจตุจักร หวังเป็นสื่อกลางอุ้มผู้ประกอบการไทย คาดช่วยให้รายได้ส่งออกเพิ่ม 2,000-5,000 ล้านบาท นายภูสิต เพ็ญศิริ รองประธานศูนย์อาเซียน สมาคมส่งเสริมเศรษฐกิจและการค้า กวางตุ้ง-ฮ่องกง เปิดเผยว่า จากความสนใจของนักธุรกิจจีนรุ่นใหม่อายุระหว่าง 25-45 ปี ที่มีความสนใจธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีกในประเทศไทย เพราะมองว่าสินค้าไทยเป็นสินค้าพรีเมียมและมีความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาสินค้า ดังนั้นทางสมาคมจึงเล็งเห็นโอกาสในการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยให้เข้าไปขยายธุรกิจในประเทศจีน ด้วยการตั้งสำนักงานเป็นครั้งแรกในประเทศไทยภายในโครงการจตุจักรกรีน จากเดิมจะมีสำนักงานตั้งอยู่ในประเทศจีนเท่านั้น เพื่อเป็นสื่อกลางในด้านการเจรจาธุรกิจและเป็นที่ปรึกษา ทั้งนี้ การที่สมาคมเลือกทำเลย่านจตุจักรตั้งเป็นสำนักงานของสมาคม เพราะว่าคนจีนและต่างชาติมองทำเลการค้าย่านจตุจักรเป็นแหล่งธุรกิจการค้าส่ง-ค้าปลีกของไทย เนื่องจากจตุจักรเป็นแหล่งค้าส่งและค้าปลีกที่ครบวงจร เมื่อเทียบกับประตูน้ำ หรือสำเพ็ง ซึ่งนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่มองว่าเป็นแหล่งค้าส่ง-ค้าปลีกเฉพาะกลุ่มสินค้าแฟชั่นเท่านั้น ขณะที่จตุจักรจะมีสินค้าที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นสินค้าแต่งบ้าน เครื่องประดับ อาหาร ตลอดจนสินค้าแฟชั่น “การออกมาดำเนินการในเรื่องดังกล่าวถือเป็นการช่วยผู้ประกอบการไทยให้มีโอกาสขยายธุรกิจก่อนที่จะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558 ซึ่งขณะนี้ทางสมาคมได้เริ่มดำเนินการไปบ้างแล้ว และขณะนี้เริ่มมีผู้ประกอบการให้ความสนใจขยายธุรกิจร่วมกับสมาคม เช่น ธุรกิจจิวเวลรี่ ธุรกิจอาหาร และธุรกิจไลฟ์สไตล์ คาดว่าปีแรกจะมีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการเพื่อส่งสินค้าไปจำหน่ายในประเทศจีนไม่ต่ำกว่า 40-50 ราย” นายภูสิตกล่าว ทั้งนี้ ธุรกิจที่คาดว่าจะมีศักยภาพสำหรับการส่งออกสินค้าเข้าไปทำตลาดในประเทศจีนในปีนี้น่าจะเป็นกลุ่มจิวเวลรี่ และกลุ่มไลฟ์สไตล์ เช่น ของตกแต่งบ้าน และเครื่องนอน เนื่องจากธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพและคนจีนให้ความสนใจ ขณะที่ธุรกิจโรงเรียนสอนทำอาหารคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2556 เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการขออนุญาตเปิดโรงเรียน ซึ่งจากผลการตอบรับที่ดีของผู้ประกอบการไทยที่มีความสนใจจะนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายในประเทศจีน คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ประมาณ 2,000-5,000 ล้านบาท สำหรับมูลค่าการค้ารวมสำหรับการส่งออกสินค้าเข้าไปจำหน่ายใน 3 เมืองของประเทศจีนที่สมาคมดูแลอยู่คือ กวางตุ้ง ฮ่องกง และมาเก๊า ปี 2554 ที่ผ่านมามีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านบาท และจากการขยายตลาดส่งออกเพิ่ม คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีมูลค่าการค้าใน 3 เมืองเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% และมีมูลค่าเพิ่มเป็น 55,000 ล้านบาท ในอีก 5 ปีนับจากนี้.
www.thaipost.net
วันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
จีน สนใจสินค้าไทย เปิดสำนักงานใจกลางจตุจักร คาดดันการส่งออก
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
บทความที่ได้รับความนิยม
-
จอมพลังไทยเฮได้ไปชิงชัย “ลอนดอนเกมส์” แล้ว หลัง “ชุมพล ศิลปอาชา” รองนายกรัฐมนตรีและเจ้ากระทรวงกีฬา ยื่นมือช่วยเต็มที่ เตรียมหาเงินกว่า 10 ล้...
-
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง กล่าว “การซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วมปีที่ผ่านมาและการสร้างคว...
-
หลังจากลงสนามแข่งขันชนะ “เชฟกระทะเหล็ก” เป็นคนแรกไปแล้ว “เชฟฉี-แดง พรมเขียว” ได้ทีดันเพื่อนซี้ “เชฟวิราช เหมุทัย” เข้าสู่สนามแข่งขันทำอาหารใ...
-
เป็นเรื่องปกติที่เวลาเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นในทำเนียบรัฐบาล นักข่าวที่ประจำอยู่ที่นั่นจะจับเอามาเขียนให้เป็นประเด็นอยู่ร่ำไป และจะมีการโยงไปเก...
-
นายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตามที่เกิดเหตุการณ์ข้าราชการกรมการปกครอง จำนวน 2 ราย ได้แก่ นายธรรมนพ อัครพินท์ ผู้ช่วยป้องก...
-
เนื่องในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบพระนักษัตร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จึงจัดโครงการภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2554-2555 ...
-
นายสตีเฟ่น กัลยาณมิตร กรรมการบริหาร บริษัท แอคเซลเล้นซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ โดยทางบริษัท เ...
-
บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-term Rating) ของหุ้นกู้สกุลเงินบาท ประเภทไม่ด...

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น